KSAM เขย่าพอร์ตหุ้นสหรัฐ ขาย 2 กองใหม่ คัด “ตัวท็อป” รับเมกะเทรนด์โลก

บลจ.กรุงศรี เปิดเสนอขาย 2 กองทุนใหม่ KF-SP500M และ KF-SP500MFX ชูจุดเด่นไม่ใช่แค่ลงทุนในตลาดสหรัฐฯ แต่ลงทุนในหุ้นผู้นำของตลาดสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นที่ชัดเจนและแข็งแกร่งในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เงินลงทุนหมุนเวียนไปอยู่กับกลุ่มธุรกิจที่เป็นเทรนด์ล่าสุด และเป็นผู้นำตัวจริงอยู่เสมอ ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าการลงทุนในดัชนี S&P 500 เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18 – 25 มิถุนายน 2569


นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (KSAM) เปิดเผยว่าบลจ.กรุงศรี เปิดเสนอขาย 2 กองทุนใหม่ กองทุน KF-SP500M และกองทุนKF-SP500MFX ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าการลงทุนในดัชนี S&P 500 เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18 – 25 มิ.ย.2569 สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหุ้นสหรัฐฯ หรือลงทุนในกองทุน S&P500 Index อยู่แล้ว การลงทุนใน 2 กองทุนนี้เสริมจะเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้

โดยกองทุน KF-SP500M เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน เนื่องจากกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ส่วนกองทุน KF-SP500MFX เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงด้านค่าเงินได้และต้องการโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า เนื่องจากกองทุนไม่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งสองกองทุนเริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท

“แม้ดัชนี S&P 500 จะเป็นหนึ่งในดัชนีหุ้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แต่ในแต่ละช่วงเวลาผลตอบแทนของตลาดมักถูกขับเคลื่อนโดยหุ้นเพียงบางกลุ่มหรือบางบริษัทที่เป็นผู้นำตลาด อย่างในปัจจุบันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง (AI Supply Chain) มีศักยภาพการเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแรงส่งสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น การลงทุนที่สามารถติดตามและปรับพอร์ตเข้าสู่หุ้นผู้นำเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จึงเป็นอีกแนวทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว” นางสุภาพร กล่าว

บลจ.กรุงศรี มองว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีในการเข้าลงทุน และได้เปิดเสนอขายกองทุน KF-SP500M และ KF-SP500MFX ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco S&P 500 Momentum ETF (SPMO) ที่อ้างอิงดัชนี S&P 500 Momentum Index จุดเด่นสำคัญอยู่ที่กลยุทธ์ Momentum Investing หรือการลงทุนที่อิงกับปัจจัยด้านราคาโดยคัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่สุดในตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ นอกจากนี้ กลยุทธ์ Momentum ยังมีความยืดหยุ่นสูง การลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่หุ้นสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เมื่อเทรนด์การเติบโตเปลี่ยนก็จะมีการปรับหุ้นในพอร์ตให้เหมาะกับแนวโน้มของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้นักลงทุนไม่พลาดโอกาสลงทุนในหุ้นที่เป็นผู้นำตลาดอยู่เสมอ

กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลังที่โดดเด่น สามารถสร้างผลตอบแทนชนะดัชนีชี้วัดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการปรับพอร์ตตามปัจจัย Momentum โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 22.33% ดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 17.8% ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 17.51% ต่อปี ดัชนีอ้างอิงอยู่ที่ 12.07% ต่อปี

สำหรับพอร์ตการลงทุนปัจจุบันมีสัดส่วนหลักในกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ สะท้อนบทบาทสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ซึ่งเป็นธีมการลงทุนหลักของตลาดโลก ขณะเดียวกันยังมีการกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มเฮลท์แคร์ กลุ่มพลังงาน และกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสสร้างผลตอบแทนในอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น โดยมีตัวอย่างหุ้นชั้นนำในพอร์ตการลงทุน เช่น Nvidia, Johnson & Johnson, Exxon Mobil และ Caterpillar เป็นต้น

Back to top button