
MFC ชี้หุ้นไทยครึ่งปีหลังฟื้นแรง รับอานิสงส์ FDI-ท่องเที่ยวดัน SET แตะ 1,600 จุด
บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) มองหุ้นไทยครึ่งปีหลังฟื้น รับแรงหนุน FDI-ท่องเที่ยว-บริโภคในประเทศ คาด SET สิ้นปีแตะ 1,600 จุด แนะถือหุ้นไทย 10-20% ของพอร์ต
นายเชาวน์กร โชติบัณฑ์ Head of Investment Strategy บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า สำหรับตลาดทุนไทย MFC ประเมินเป้าหมายดัชนี SET Index ปีนี้ไว้ที่ระดับ 1,600 จุด อ้างอิงกำไรต่อหุ้น (EPS) ตลาดที่ประมาณ 97 บาทต่อหุ้น และระดับ P/E ที่เหมาะสม 15-16 เท่า โดยมองว่าช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ตลาดยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ แต่ Upside อาจไม่มากนัก เนื่องจากมูลค่าหุ้นบางกลุ่มเริ่มสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากดัชนีปรับขึ้นสู่ระดับ 1,700 จุด จะทำให้ Valuation ของตลาดอยู่ในระดับค่อนข้างตึงตัว ขณะที่ด้าน Downside ประเมินว่าจำกัดอยู่ในกรอบ 1,400-1,500 จุด เนื่องจากความเสี่ยงสำคัญต่างๆ ได้สะท้อนเข้าสู่ราคาหุ้นไปในระดับหนึ่งแล้ว ในด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยราว 20,000 ล้านบาทในปีนี้ จากที่ก่อนหน้านี้ขายสุทธิต่อเนื่องหลายปี ขณะเดียวกัน หากตลาดหุ้นในบางประเทศของภูมิภาคเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ไทยอาจได้รับอานิสงส์จากการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดที่มีเสถียรภาพมากกว่า
นายเชาวน์กร กล่าว สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งความผันผวนของราคาพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยทั้งปีจะอยู่ในกรอบ 1.9-2% ทั้งนี้ แม้ไตรมาส 2/2569 จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีแรงสนับสนุนจากเสถียรภาพทางการเมือง การเดินหน้ามาตรการภาครัฐ
รวมถึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ยังไหลเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการในกลุ่มดิจิทัลและ Data Center ซึ่งมีมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนระดับหลายแสนล้านบาท และจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการลงทุนภาคเอกชนในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน MFC มองว่ากลุ่มอุปโภคบริโภคและค้าปลีกมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง หลังแรงกดดันจากราคาน้ำมันเริ่มคลี่คลาย ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวจะได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 3/2569 และไตรมาส 4/2569ส่วนกลุ่มธนาคารยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากเงินปันผล ขณะที่หุ้นในธีมเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล Data Center และโรงไฟฟ้า มีโอกาสได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไรตามกระแสการลงทุนด้าน AI ที่เติบโตทั่วโลก
ด้านการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) แนะนำให้นักลงทุนมองการลงทุนในระดับโลกมากขึ้น โดยควรมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศมากกว่า 50% ของพอร์ต ขณะที่หุ้นไทยควรมีน้ำหนักประมาณ 10-20% เพื่อให้สอดคล้องกับสัดส่วนมูลค่าตลาดของไทยในตลาดทุนโลก นอกจากนี้ ยังแนะนำให้มีการลงทุนในทองคำประมาณ 5% ของพอร์ตขึ้นไป เพื่อเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงระยะยาว โดยมองว่าการกลับมาซื้อทองคำของธนาคารกลางจีนเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะยาว
สำหรับกองทุนเด่นของ MFC ได้แก่ กองทุนหุ้นตามหลักชะรีอะห์ (Shariah Fund) ซึ่งได้รับประโยชน์จากการลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตตามกระแสเทคโนโลยีโลก และกองทุน M Focus ที่เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัวคุณภาพสูงประมาณ 30 บริษัท เพื่อสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดในภาวะที่การปรับขึ้นของหุ้นเป็นลักษณะเฉพาะกลุ่มมากกว่าปรับขึ้นทั้งตลาด

