เงินเทาในตลาดหุ้น

จั่วหัวแถลงข่าวร่วมทั้งปปง.-บก.ปอศ.-ก.ล.ต.เสียครึกโครม “ทลายเครือข่ายมหากาพย์ ฟอกเงินข้ามโลก” นึกว่าจะเจอเรื่องใหม่ หรือประจักย์พยานใหม่ในคดีเงินเทาที่เข้ามาฟอกเงินในตลาดหุ้นไทย แต่ที่ไหนได้เป็น “เรื่องเก่า” เสียส่วนใหญ่


จั่วหัวแถลงข่าวร่วมทั้งปปง.-บก.ปอศ.-ก.ล.ต.เสียครึกโครม “ทลายเครือข่ายมหากาพย์ ฟอกเงินข้ามโลก” นึกว่าจะเจอเรื่องใหม่ หรือประจักย์พยานใหม่ในคดีเงินเทาที่เข้ามาฟอกเงินในตลาดหุ้นไทย แต่ที่ไหนได้เป็น “เรื่องเก่า” เสียส่วนใหญ่

เอาเรื่องเก่าที่มีการดำเนินการจนสั่งอายัดหุ้นไปแล้ว 2 รายการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2567 มา “เล่าใหม่” คือ หุ้น BCP บางจาก คอร์ปอเรชั่น และหุ้นบลจ.MFC มูลค่าลงทุนรวมราว 13,000-14,000 ล้านบาท และมีเรื่องใหม่เพียงเรื่องเดียวคืออายัดหุ้นเพิ่มทุน VGI เงินลงทุนประมาณ 8,000 ล้านบาท

นอกจากนั้น ก็มีการออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย อาทิเบน สมิธ-ยิม เลียก ฯลฯ ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันที่นำเงินเทามาลงทุนในหุ้น 3 ตัวดังกล่าว โดยตั้งข้อหาทั้งสิ้น 4 ข้อหา

เรื่องข้อหาความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และความผิดอั้งยี่ซ่องโจร เป็นเรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและปปง.ว่ากันไป ส่วนเรื่องความผิดในการไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ อาทิ ไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ และรายงานการได้มาซึ่งทรัพย์สินไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของก.ล.ต.

เรื่องราวก็มีแค่นี้จริง ๆ ปฏิบัติการกันอยู่แค่สิงคโปร์-ไทย ไม่ถึงกับเป็นปฏิบัติการฟอกเงินข้ามโลกใด ๆ ทั้งสิ้น กองทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นไทย ก็เป็นกองทุนจัดตั้งขึ้นในสิงคโปร์ หากสงสัยก็ไปเค้นเอากับสิงคโปร์สิ การออกข่าวเสียใหญ่โตทำเอาหุ้น 3 ตัวร่วงเละเทะ และสร้างบรรยากาศตลาดหุ้นเสียหาย

ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการก.ล.ต.ยังพอมีสติ แถลงข่าวในกรอบหน้าที่ความรับผิดชอบตนเอง ไม่เว่อร์เหมือนกับตำรวจบก.ปอศ.และปปง.ที่ข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร และพฤติกรรมการฟอกเงิน ยังต้องพิสูจน์ในศาลกันอีกนาน โดยเฉพาะจะได้รับความร่วมมือให้ข้อมูลจากทางการสิงคโปร์มากน้อยเพียงใด

เนื่องจากสิงคโปร์ ก็มีกองทุนเฉียด ๆ สีเทามาจดทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองในชั้นความลับอยู่ไม่น้อย

สิ่งสำคัญที่ก.ล.ต.แถลง ก็คือ การยืนยันว่า ตลาดหุ้นไทยมีกลไกดูแลกฎเกณฑ์กติกาที่โปร่งใสเป็นธรรมอยู่แล้ว เรื่องของ VGI ก็เป็นเรื่องของกองทุนที่เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุน เป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน ถือครองหุ้นเกินกว่า 25% แล้วไม่จัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ รวมทั้งรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องและเป็นเท็จ อันเป็นความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

เลขาธิการก.ล.ต.ย้ำชัดเจนว่า ตัวบริษัทจดทะเบียนหรือบมจ.VGI ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดแต่อย่างใด เงินเพิ่มทุน PP บริษัทก็สามารถนำเงินไปใช้ในกิจการได้ตามปกติ การอายัดทรัพย์สินจะอายัดเฉพาะหุ้นในส่วนของผู้กระทำความผิดเท่านั้น ไม่กระทบต่อผู้ถือหุ้นรายอื่น

รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการและการดำเนินธุรกิจ การซื้อขายหุ้น VGI ก็ยังคงทำได้ปกติในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ของตำรวจและปปง.มีแต่นำมาซึ่งความ “สยองขวัญ” ให้แก่ตลาดหุ้น อย่าแข่งกันขายความสยองขวัญให้มากนักเลย ตลาดหุ้นที่เปราะบางจะพังทลายเอา

อย่าเอาแต่มอง “โลกสวย” ว่าจะไม่ให้มี “เงินเทา” เข้ามาในตลาดหุ้น เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงทั้งตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ลอนดอน สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ ต่างก็มีพวกมิจฉาชีพจ้องหาโอกาสเข้ามาฟอกเงินทั้งสิ้น คงจะไปตั้งมาตรฐานแรกรับถึงขั้นพิสูจน์ “เงินขาว-เงินดำ” ไม่ได้หรอก

สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อทุนเข้ามาแล้ว ตลาดทุนเรามีกฎเกณฑ์กติกาที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมตลาดทุนให้มีความโปร่งใสได้มากน้อยเพียงใดต่างหาก

เมื่อเราสำรวจตรวจตราเป็นอย่างดีแล้วว่า มีกฎกติกาควบคุมตลาดทุนที่แข็งแรง แล้วจะกลัวอะไร

Back to top button