MFC ชี้ยุคทอง AI ยังไม่จบ! แนะเก็บ 4 กองทุน ล็อกกำไรจาก ”คอขวด“ เทคโนโลยี

บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) แนะเก็บ 4 กองทุนAIเด่น ล็อกเป้ากำไรจาก ‘คอขวด’ เทคโนโลยี เผย เป็นโอกาสลงทุนในธุรกิจที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศ AI ตั้งแต่พลังงานสะอาด ชิปประมวลผล ถึงหน่วยความจำความเร็วสูง พร้อมย้ำรอบนี้ต่างจากยุคดอทคอม เหตุบริษัทAIมีรายได้และกำไรรองรับการเติบโตจริง


นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า บริษัทแนะนำการลงทุนผ่านกลุ่มกองทุนที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้แนวคิดการลงทุนในห่วงโซ่คุณค่า AI Infrastructure โดยคัดเลือก 4 กองทุนหลัก ได้แก่ กองทุน MRENEW กองทุน MATECH กองทุน M-MEM และกองทุน MGTECH เพื่อเข้าถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของระบบนิเวศ AI ทั่วโลก

ทั้งนี้ MFC มองว่าการลงทุนในยุค AI ควรมุ่งเน้นไปยังธุรกิจที่เป็น “คอขวด” (Bottleneck) ของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทุกบริษัทต้องพึ่งพา ไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ระบบประมวลผล และชิปหน่วยความจำ มากกว่าการเลือกลงทุนในผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ AI โดยตรงที่ยังไม่สามารถระบุผู้ชนะในระยะยาวได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมหาศาลของ Data Center ที่ส่งผลให้ธุรกิจพลังงานสะอาดและระบบบริหารจัดการความร้อนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

สำหรับกองทุน MRENEW เน้นลงทุนในกลุ่มพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ระบบ Data Center และระบบระบายความร้อน ขณะที่กองทุน MATECH มุ่งลงทุนในผู้ผลิตชิป วัตถุดิบต้นน้ำ อุปกรณ์การผลิต และเทคโนโลยี Advanced Packaging ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก ส่วนกองทุน M-MEMเน้นลงทุนในกลุ่มชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง เช่น HBM, DRAM และ NAND ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่

และกองทุน MGTECHลงทุนครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ตั้งแต่กลุ่ม Semiconductor ไปจนถึงบริษัทที่นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้งาน
ด้านผลการดำเนินงาน กองทุนM-MEMที่เน้นลงทุนในธุรกิจชิปหน่วยความจำแบบเจาะลึก สามารถสร้างผลตอบแทนสะสมตั้งแต่จัดตั้งกองทุนได้มากกว่า 130% ขณะที่กองทุน MATECH อยู่ที่ประมาณ 37% และกองทุน MGTECH อยู่ที่ประมาณ 55% สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยตรง

นอกจากนี้ ยังมองว่าการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI ในปัจจุบันแตกต่างจากยุคฟองสบู่ดอทคอม เนื่องจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมมีผลกำไรและกระแสเงินสดรองรับการเติบโตอย่างชัดเจน ขณะที่ระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ยังอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ยังมีค่า P/E เฉลี่ยต่ำกว่า 10 เท่า แม้จะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการขยายตัวของ AI เนื่องจากตลาดยังมองเป็นหุ้นวัฏจักร ทั้งที่แนวโน้มรายได้เริ่มมีความต่อเนื่องมากขึ้นตามความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

สำหรับปัจจัยเสี่ยง MFC ยังคงติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และการแข่งขันจากผู้ผลิตชิปจีนอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสทรงตัวมากกว่าปรับขึ้นเพิ่มเติม ขณะที่บริษัทได้ทยอยปรับพอร์ตลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในหลายภูมิภาค พร้อมแนะนำให้นักลงทุนที่ต้องการรับประโยชน์จากเมกะเทรนด์ AI ระยะยาวเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล

Back to top button