“ดาวโจนส์” ปิดพุ่ง 448 จุด ทำ “ออลไทม์ไฮ” รับแรงหนุนหุ้นการเงิน – พลังงาน

“ดาวโจนส์” ปิดบวก 448.23 จุด ทำสถิติใหม่ รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มอื่นๆที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจนั้นดีดตัวขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.2564) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq โดยได้แรงหนุนจากการที่หุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มอื่นๆที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจนั้นดีดตัวขึ้น หลังจากร่วงลงในช่วงต้นสัปดาห์นี้ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตายังคงแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น

โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,870.16 จุด เพิ่มขึ้น 448.23 จุด หรือ 1.30% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,369.55 จุด เพิ่มขึ้น 48.73 จุด หรือ 1.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,701.92 จุด เพิ่มขึ้น 142.13 จุด หรือ 0.98%

สำหรับในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ บวก 0.20% ขณะที่ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.40%

นอกจากนี้หุ้นกลุ่มการเงินในดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น 2.90% ซึ่งเป็นการบวกขึ้นเป็นเปอร์เซ็นต์วันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2564 ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ รวมถึงเจพีมอร์แกน เชส จะเริ่มรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้หุ้นกลุ่มพลังงาน, กลุ่มวัสดุ และกลุ่มอุตสาหกรรม ปรับตัวขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามบรรดานักลงทุนจะมุ่งความสนใจไปที่การรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2564 ของบรรดาบริษัทสหรัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการของบริษัทสหรัฐจะขยายตัว 65.80% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ที่ 54%

สำหรับหุ้นลีวายส์นั้น พุ่ง 1.40% หลังคาดว่าผลกำไรทั้งปีของบริษัทจะแข็งแกร่งโดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในตลาดกางเกงยีนส์, เสื้อและแจ็คเก็ต

ส่วนหุ้นตีตี โกลบอล อิงค์ของจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ พุ่งขึ้น 7.30% หลังร่วงลง 4 วัน เนื่องจากบริษัทถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกำกับดูแลด้านอินเทอร์เน็ตของจีนในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันบรรดานักลงทุนจะรอฟังถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ, อัตราเงินเฟ้อ, ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ รวมทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

ทั้งนี้นายพาวเวลมีกำหนดกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรส โดยจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันที่ 14 ก.ค. 2564 และต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 ก.ค. 2564

Back to top button