KSL โชว์กำไร Q2 โต 113% แตะ 314 ล้าน รับรายได้ขายน้ำตาลพุ่ง- ต้นทุนลด

KSL โชว์กำไรไตรมาส 2/69 แตะ 314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% รับยอดขายน้ำตาลและกากน้ำตาลโตเด่น พร้อมแรงหนุนรายได้อื่นและต้นทุนการเงินลดลง


บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 313.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.87% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 24.28 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากประมาณการรายได้ค่าสิทธิ์จากการจำหน่ายน้ำตาลทรายในประเทศ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะเดียวกันต้นทุนทางการเงินลดลงตามเงินต้นที่ลดลงจากการชำระหนี้และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง

ทั้งนี้ ไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 4,804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล จำนวน 3,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 857 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27% จากปริมาณการขายน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น 92% แม้ราคาขายน้ำตาลเฉลี่ยรวมทุกช่องทางการจำหน่ายจะลดลง 30%

ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าอยู่ที่ 373 ล้านบาท ลดลงจาก 419 ล้านบาท หรือลดลง 11% เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าและราคาขายไฟถัวเฉลี่ยลดลง 6% ส่วนรายได้จากธุรกิจสนับสนุนและรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 446 ล้านบาท จาก 356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 25% โดยมีปัจจัยหลักจากการขายน้ำมันให้ชาวไร่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรขั้นต้น 566 ล้านบาท ลดลง 14% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 661 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือประมาณ 12% จาก 17% ในไตรมาส 2/2568 สาเหตุหลักมาจากราคาขายน้ำตาลตลาดโลกเฉลี่ยปรับตัวลดลง ขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรก บริษัทมีการขายสินค้าที่ผลิตจากปีก่อน ซึ่งมีต้นทุนวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง

ด้านรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 121 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า โดยส่วนใหญ่เกิดจากประมาณการรายได้ค่าสิทธิ์จากการจำหน่ายน้ำตาลทรายในประเทศ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 143 ล้านบาท ลดลง 50 ล้านบาท หรือลดลง 26% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากเงินต้นที่ลดลงจากการจ่ายชำระหนี้ และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรม ฤดูการผลิตปี 2568/2569 ปิดหีบทั่วประเทศแล้ว โดยมีปริมาณอ้อยทั่วประเทศ 105.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน และมีผลผลิตน้ำตาล 12 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 19% ขณะที่กลุ่ม KSL มีปริมาณอ้อยเข้าหีบ 8.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 26% และมีผลผลิตน้ำตาล 0.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% ส่งผลให้สัดส่วนผลผลิตของกลุ่มบริษัทอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศ คิดเป็น 7.9% ของปริมาณอ้อยทั่วประเทศ

บริษัทระบุว่า ราคาน้ำตาลเริ่มปรับตัวลดลงตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การบริโภคน้ำตาลในประเทศยังทรงตัวที่ระดับ 2.3-2.4 ล้านตันต่อปี จากปัจจัยภาษีความหวาน กระแสการดูแลสุขภาพ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนตลาดส่งออกยังสามารถขนส่งผ่านทางเรือได้ตามปกติ แม้การส่งออกผ่านชายแดนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาการปิดชายแดนบางจุด โดยตลาดส่งออกหลักของไทย ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี และไต้หวัน

นอกจากนี้ KSL ยังเดินหน้าธุรกิจภายใต้เป้าหมายความยั่งยืน มุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050 พร้อมรณรงค์ลดการรับอ้อยเผาหรืออ้อยไฟไหม้ โดยฤดูการผลิตปี 2568/2569 บริษัทสามารถลดสัดส่วนอ้อยเผาเข้าหีบลงเหลือ 5% จาก 14% ในปีก่อน และมีแผนเพิ่มการลงทุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนชาวไร่ในปี 2569-2570 อย่างต่อเนื่อง

Back to top button