
“ดาวโจนส์” พุ่ง 550 จุด รับความหวัง “สหรัฐ-อิหร่าน” จ่อยุติสงคราม
ดาวโจนส์พุ่งกว่า 550 จุด ขานรับความหวังสหรัฐ-อิหร่านจ่อลงนาม MOU ยุติสงครามเร็วที่สุด 14 มิ.ย. ขณะนักลงทุนจับตาหุ้น SpaceX เข้าเทรด Nasdaq และประชุมเฟดสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 มิ.ย.69) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นกว่า 500 จุด ขานรับความคาดหวังว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงยุติสงครามได้ในเร็ว ๆ นี้ โดย ณ เวลา 22:24 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 550 จุด หรือ 1.08% แตะระดับ 51,425.00 จุด
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐและอิหร่านอาจลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามอย่างเร็วที่สุดในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน โดยนครเจนีวาถือเป็นสถานที่ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการจัดพิธีลงนามดังกล่าว
ทั้งนี้ สหรัฐและอิหร่านตั้งเป้าสรุปถ้อยคำทั้งหมดของข้อตกลงภายในวันพรุ่งนี้ (13 มิ.ย.69) เพื่อให้นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ลงนามอย่างเป็นทางการ
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เปิดเผยวานนี้ว่า ได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านแล้ว หลังทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการเปิดซื้อขายหุ้นบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ในตลาด Nasdaq วันนี้ ภายหลังบริษัทเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 555,555,555 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 135 ดอลลาร์ เพื่อระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นมูลค่าการระดมทุน IPO สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ
การเข้าจดทะเบียนดังกล่าวจะส่งผลให้ SpaceX มีมูลค่าตลาดแตะระดับ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ และก้าวขึ้นติดกลุ่ม 10 บริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงสุดในสหรัฐ โดยตลาดคาดว่าราคาหุ้น SpaceX อาจพุ่งขึ้นถึง 30% ในการซื้อขายวันแรก ซึ่งจะหนุนให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยนายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เป็นครั้งแรก และมีกำหนดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุม เพื่อชี้แจงเหตุผลในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิถุนายนนี้ ขณะเดียวกัน นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธันวาคม
