“BTS-MRT-ขสมก.” แจ้งปรับเวลาเดินรถถึง 3 ทุ่ม เริ่ม 12 ก.ค.นี้

BTS - MRT - ขสมก. แจ้งปรับเวลาให้บริการถึง 21.00 น. ตามนโยบายรัฐ เริ่ม 12 ก.ค.นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้มีมติจำกัดเวลาให้บริการของระบบขนส่งสาธารณะ โดยหยุดให้บริการในช่วงเวลา 21.00 – 04.00 น. ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ซึ่งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งประชาชนให้รับทราบและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป นั้น

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT พร้อมให้ความร่วมมือดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป รถไฟฟ้า MRT จะปรับเวลาให้บริการดังนี้ รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) เวลา 06.00 – 21.00 น. และรถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) เวลา 05.30 – 21.00 น. (รถไฟขบวนสุดท้ายถึงสถานีปลายทางเวลา 21.00 น.) จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ในส่วนของอาคารและลานจอดแล้วจรของ รฟม. จะเปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการเป็นตั้งแต่เวลา 05.00 ถึง  21.00 น. เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาให้บริการของรถไฟฟ้า โดยปัจจุบัน รฟม. มีที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จำนวน 10 สถานี ประกอบด้วย 4 อาคาร และ 10 ลานจอดรถ ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรสถานีลาดพร้าว สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีหลักสอง (2 อาคาร) ลานจอดแล้วจรสถานีรัชดาภิเษก สถานีห้วยขวาง สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (2 ลาน) สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี สถานีสุขุมวิท สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (2 ลาน) และสถานีสามย่าน

ด้านที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง จำนวน 4 สถานี ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรสถานีคลองบางไผ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1 นอกจากนี้ที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ จำนวน 1 สถานี ได้แก่ ลานจอดแล้วจรสถานีเคหะฯ และที่จอดรถในแนวสายทางรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต  สะพานใหม่ – คูคต  จำนวน 2 สถานี ได้แก่ อาคารจอดแล้วจรสถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน รฟม. และ BEM ได้ตระหนักและห่วงใยในความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยยังคงดำเนินการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระบบรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 2 สายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการพร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสารรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาการใช้บริการ สแกน QR Code ไทยชนะ ที่ติดอยู่ในตู้โดยสาร เพื่อเช็คอินและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าใช้บริการเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

นายสุรพงษ์  เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดเผยว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ครั้งที่ 9/2564 ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานได้ประกาศขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, นนทบุรี, นครปฐม, ปัตตานี, นราธิวาส, ยะลา และสงขลา ให้งดเดินทางระหว่างเวลา 21.00 – 04.00 น. เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ ดังกล่าว

โดยบริษัทฯ จึงขอปรับเวลาปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสในทุกสถานี ทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม รถไฟฟ้าสายสีทอง รถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที เป็นเวลา 21.00 น. ซึ่งผู้โดยสารเข้าระบบรถไฟฟ้าก่อน 21.00 น. จะมีรถไฟฟ้าส่งถึงปลายทางทุกสถานี อีกทั้ง บริเวณลานจอดแล้วจร (สถานีหมอชิต) จะปรับเวลาปิดให้บริการเป็นเวลา 22.00 น. โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงส่วนเวลาเปิดให้บริการยังคงเดิมตามปกติ

อนึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อดูแลผู้โดยสารด้วยดีมาตลอดพร้อมให้บริการด้วยความมั่นใจ ตระหนักถึงความปลอดภัยแก่ผู้มาใช้บริการทุกท่าน จึงขอส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอย่างหนักมาเป็นเวลายาวนานและประชาชนชาวไทยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากไปด้วยกัน

ทั้งนี้บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกท่านที่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนเวลาในการเดินรถครั้งนี้ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 0 2617 6000 (ตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. ) Line Official : @btsskytrain (ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น.) หรือตรวจสอบสถานะการเดินรถได้ที่ App ‘BTS SkyTrain’

ด้านนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 เห็นชอบมาตรการ ควบคุม การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยขอความร่วมมือประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล งดเดินทางออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 21.00 – 04.00 น. และให้ระบบขนส่งสาธารณะหยุดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 21.00 – 04.00 น.

ทั้งนี้ ขสมก. จึงจัดแผนการเดินรถโดยสาร ให้สอดคล้องกับมติที่ประชุม ศบค.โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. ปรับเปลี่ยนเวลาการให้บริการรถโดยสาร จากเวลาปกติ เป็นให้บริการ เวลา 05.00 – 21.00 น. (เวลา 21.00 น. คือเวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) ตั้งแต่วันที่ 12 – 25 กรกฎาคม 2564 โดยเพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (05.00 – 08.00 น.) และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็นถึงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (16.00 – 21.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5 – 10 นาที หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชน
  2. ให้บริการรถโดยสาร วันธรรมดา จำนวน 18,000 – 20,000 เที่ยว วันเสาร์ – วันอาทิตย์ ให้บริการรถโดยสาร จำนวน 16,000 เที่ยว หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา
  3. ปล่อยรถโดยสารคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางประมาณ 20.00 น. เพื่อให้พนักงานสามารถนำรถกลับเข้าอู่จอดรถได้ทันเวลา 21.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ในช่วงการปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้มีระยะห่างกัน 5 – 10 นาที ซึ่งรถโดยสาร 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบ่งชี้ บริเวณหน้ารถโดยสาร ดังนี้

3.1 เหลือรถ 2 คันสุดท้าย

3.2 เหลือรถ 1 คันสุดท้าย

3.3 รถคันสุดท้าย

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะใช้บริการรถโดยสาร นั่งหรือยืนตามจุดที่กำหนด กรณีผู้ใช้บริการเต็มจะต้องรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ เตรียมตัวกลับบ้านก่อนเวลา 18.00 น. เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการบนรถโดยสาร ในช่วงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (20.00 – 21.00 น.) ซึ่งจะทำให้การดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนรถโดยสาร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Back to top button