
“ดาวโจนส์” บวกแรงเฉียด 800 จุด รับน้ำมันร่วง! หุ้นชิปกด Nasdaq ดิ่ง
ดาวโจนส์บวกแรง 792.03 จุด รับแรงหนุนราคาน้ำมันร่วง หลังอิสราเอล-เลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่ Nasdaq ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นชิป หลังนักลงทุนเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 มิ.ย.69) ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเกือบ 800 จุด สวนทางดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวลง
ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ได้รับแรงหนุนจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ขณะที่ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ถูกกดดันจากแรงเทขายของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่ซบเซาของบริษัทบรอดคอม
ณ เวลา 21.03 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์บวก 792.03 จุด หรือ 1.56% สู่ระดับ 51,479.10 จุด และหากดัชนีดาวโจนส์สามารถรักษาช่วงบวกดังกล่าวขณะปิดตลาด ก็จะทำสถิติปรับตัวขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบรายวันนับตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ลบ 0.15% และ 0.91% ตามลำดับ
หุ้นบริษัทบรอดคอมทรุดตัวลง 14% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนัก โดยราคาหุ้นของอาร์ม โฮลดิ้งส์ และไมครอน เทคโนโลยีดิ่งลงกว่า 6% ขณะที่หุ้นมาร์เวล เทคโนโลยีร่วงลง 5%
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์หลุดระดับ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI หลุด 93 ดอลลาร์ หลังอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งจะปูทางไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ผ่านมติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงคราม
อิสราเอลและเลบานอนประกาศวานนี้ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะยุติการโจมตีภายหลังการเจรจาหลายครั้งในกรุงวอชิงตัน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกัน
ทางด้านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ได้ผ่านมติวานนี้เพื่อขัดขวางไม่ให้ปธน.ทรัมป์ดำเนินการทำสงครามกับอิหร่านต่อไป
อย่างไรก็ดี มติดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา แต่หากปธน.ทรัมป์ใช้สิทธิ์วีโต้มติของสภาคองเกรส ทั้งสองสภาก็จะต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 เพื่อล้มล้างการใช้อำนาจวีโต้ของปธน.ทรัมป์
ปธน.ทรัมป์ กล่าววานนี้ว่า อาจมีความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่านอย่างเร็วที่สุดภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การติดต่อระหว่างอิหร่านและสหรัฐยังไม่ถูกตัดขาด แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา พร้อมระบุว่าทั้งสองฝ่ายกำลังศึกษาร่างข้อเสนอของแต่ละฝ่าย
นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน รวมทั้งทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือน เม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3%
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในเดือน ธ.ค.

