มทร.อีสาน ผนึก EA พัฒนา “EV” รับมือภาคแรงงาน – ส่งเสริม Green University

มทร.อีสาน ร่วม EA ลุยพัฒนา “EV” เตรียมความพร้อมภาคแรงงาน – ส่งเสริม Green University


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กับบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และนายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอมร  ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA ร่วมลงนาม

โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อศึกษาวิจัยเชิงวิชาการและปฏิบัติการ เพื่อเตรียมทักษะและความพร้อมบุคลากรสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ครบวงจร ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (NextGeneration Automotive Engineering) หลักสูตรการซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Maintenance) หลักสูตรระยะสั้นส่งเสริมการสร้างทักษะใหม่/พัฒนาทักษะ (Reskill/Upskill) การสร้างและซ่อมบำรุงรถไฟไฟฟ้าระบบแบตเตอรี่ (Electric Railway Maintenance

รวมถึงตลอดจนการวิจัยพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบตเตอรี่ (Battery Packaging) และการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเพื่อระบบขนส่ง (Logistics)  รวมถึงการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ภายในมหาวิทยาลัยตามแนวคิดการดำเนินงานสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) ทั้งนี้หลักสูตรจะเน้นการฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้กับนักศึกษา และผสานความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ในการพัฒนาวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรม

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดเผยว่า นับเป็นนิมิตหมายที่ดีและขอแสดงความยินดีกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และ EA สำหรับพิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ดังเป็นที่ทราบและยอมรับกันทั้งในประเทศว่า EA ถือเป็นบริษัทฯชั้นนำของคนไทยทั้งมีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีในการกักเก็บพลังงานเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและยานยนต์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดและลดมลพิษ 

ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ประกาศที่จะดำเนินนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้มุ่งเน้นการจัดทำหลักสูตรการศึกษาและการวิจัยพัฒนาด้านระบบรางของประเทศไทยภายใต้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านโลจิสติกส์และระบบรางของต่างประเทศอันเป็นเป้าหมายความสำเร็จร่วมกันของทั้งสององค์กร รวมทั้งจะเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและระบบการขนส่ง และโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศไทยและของโลกในอนาคตอันใกล้นี้

ด้านรศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ราวเดือนมกราคม 2564 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือกับ EA ในการศึกษาวิจัยนวัตกรรมการปลูกและพัฒนาสายพันธุ์พืชสมุนไพรพื้นถิ่น รวมไปถึงกัญชง กัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทยและการสาธารณสุข เพื่อต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการแปรรูปพืชสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถนำไปผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ 

โดยในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือกับ EA ในด้านการให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายด้านการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวและการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน เช่น การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการการใช้พลังงาน การจัดการระบบการขนส่งภายใน และการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และการนำเทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้สังคมตระหนักถึงการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและจะช่วยเปลี่ยนการดำเนินชีวิตของบุคลากรและนักศึกษาให้มีส่วนร่วมในการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างรู้คุณค่า

ทั้งนี้ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA เปิดเผยว่า บริษัทฯมั่นใจว่าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากร สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า New S-Curve ที่จำเป็นต้องใช้ทักษะแรงงานฝีมือรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งบริษัทฯกำลังเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเตรียมพร้อม Up-skill / Re-skill บุคลากรไทย สร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อให้ประเทศไทยดำรงความเป็น Detroit of Asia อย่างภาคภูมิใจและรักษาอุตสาหกรรมหลักนี้ไว้ได้ ซึ่งคิดว่ายานยนต์ไฟฟ้าเหมาะกับประเทศไทยเพราะประสิทธิภาพที่ดีกว่า ช่วยประหยัดต้นทุนพลังงานและแก้ปัญหา PM 2.5 เสริมจุดแข็งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการแพทย์ของไทย 

อีกทั้งนอกจากความร่วมมือด้านวิศวกรรมการพัฒนากัญชง CBD สูงซึ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานจะเป็นประโยชน์ต่อการแพทย์และเพิ่มมูลค่าภาคเกษตรกรรม ด้วยจะช่วยยกระดับรายได้ของคนไทยให้ก้าวข้าม Middle Income Trap หากเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยและร่วมกันส่งเสริมคนไทย

“อย่างไรก็ตามขอขอบคุณ EA ที่ได้มอบความไว้วางใจและความเชื่อมั่นต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางด้านวิชาการและการวิจัยพัฒนาเพื่อต่อยอดเทคโนโลยีสะอาดของบริษัทฯ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้จะเป็นก้าวย่างที่สำคัญ ในการสร้างโอกาสและส่งเสริมให้กับบุคลากรของทั้งสององค์การ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ได้มีบูรณาการองค์ความรู้สู่การพัฒนาร่วมกันและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมชัดเจนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา ประชาชนคนไทย และการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอย่างยิ่งยื่นโดยเร็วต่อไป” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ กล่าว

Back to top button