คัด 8 หุ้นหลุมหลบภัย! เน้นธีม Dividend-Defensive รับมือ SET ผันผวน

คัด 8 หุ้นหลุมหลบภัย! เน้นธีม Dividend-Defensive รับมือ SET ผันผวน ประกอบด้วย MCS,ADVANC,NER,LALIN,GPSC,GULF และ BGRIM


ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้รับแรงกดดันสถานกาณณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ยังวิกฤต โดยเห็นได้จากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายรายพุ่งนิวไฮต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดฯช่วงนี้แกว่งตัวผัวผวน โดยโบรกฯให้แนวรับอยู่ที่ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,550 จุด

นอกจากนี้ยังต้องติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป หลังจากกลุ่มแบงก์ออกมาไม่ดีนักทำให้คาดว่าอาจจะมีการปรับประมาณการ อีกทั้งแนวโน้มยังอาจต้องตั้งสำรองฯสูงขึ้นในไตรมาส 3/64 รับผลกระทบโควิด และยังต้องช่วยเหลือลูกหนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจกลุ่มหุ้นหลุมหลบภัยมานำเสนอ โดยเน้นธีมหุ้น Dividend & Defensive Stock เป็นตัวช่วยที่ดีช่วงตลาดผันผวน โดยอาศัยข้อมูลจาก บล.เอเซีย พลัส และ บล.ไอร่า ซึ่งคัดเลือกหุ้นธีมดังกล่าวเอาไว้ โดยมีทั้งหมด 8 ตัว ประกอบด้วย MCS, ADVANC, NER, LALIN, GPSC, GULF และ BGRIM ตามข้อมูลจากบทวิเคราะห์ระบุไว้ดังนี้

บล.เอเซีย พลัส ประเมิน SET INDEX ในช่วงที่เหลือของเดือน ก.ค. และ ส.ค 64 ถูกกดดันจาก ผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้น และภูมิคุ้มกันหมู่จากการฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ของประชากรมี โอกาสจะเลื่อนและไปเกิดครึ่งแรกปี 2565 คาดยังมีโอกาสกดดันการฟื้นตัวหุ้นกลุ่มเปิดเมือง เช่น ท่องเที่ยว, ขนส่ง, ค้าปลีก, ก่อสร้าง, บันเทิง, ศูนย์การค้า เป็นต้นดังนั้นแนะนำหลบตลาดผันผวนกับหุ้น Dividend ADVANC MCS และหุ้น Defensive BDMS

แม้วันนี้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสรีบาวน์ตามตลาดหุ้นโลกที่ฟื้นตัว รวมถึงอาจมีแรง CoverShort จากต่างชาติบ้าง หลังจากต่างชาติ Short สัญญา SET50 Futures 3 วันติด(ในวันที่ 16,19 และ 20 ก.ค. 2564) สูงถึง 4.5 หมื่นสัญญา

อย่างไรก็ตามภาพตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะผันผวนจากปัจจัย COVID-19 ที่กลับมาระบาดทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งปกติตลาดหุ้นในเดือน ส.ค. มักจะเป็นหนึ่งในเดือนที่ผันผวนมาก โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี -1.2% (ต่ำสุดเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับเดือนอื่นๆ) โดยเฉพาะในเดือน ส.ค. 2556 ตลาดมีความกังวลประเด็น Tapering QE ปรับตัวลงถึง -9% ในเดือนเดียว

หนึ่งในกลยุทธ์รับมือความผันผวนที่ดีของตลาดคือ หุ้นปันผลสูง โดยหุ้นปันผลสูงมักจะOutperform ตลาดได้ ในเวลาที่ตลาดหุ้นปรับฐานแรงเสมอ ในอดีต SET Index ปรับ ฐานแรง 11 ครั้ง แต่ SETHD (ตัวแทนหุ้นปันผลสูง) ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าถึง 9 ใน 11

อีกทั้ีงปัจจุบันใกล้เข้าสูงช่วงการจ่ายปันผลระหว่างกาลพอดี โดยปีที่แล้วมีบริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 146 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนผลตอบแทนต่อ SET Index ราว 6 จุด ทำให้อาจเห็นการเข้าสะสมหุ้นปันผลมากขึ้นในช่วงนี้

สรุปคือ ทั้งตลาดหุ้นที่ยังอยู่ในภาวะผันผวน บวกกับกำลังเข้าสู่ช่วงการจ่ายปันผล ระหว่างกาลพอดี ทำให้การเติมหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งปันผลสูงลงในพอร์ตการลงทุน น่าจะช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และยังเสริมให้มีโอกาส Outperform ตลาดสูง โ

โดยพอร์ตจำลองของฝ่ายวิจัยฯ แนะนำ 4 หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง แนวโน้มกำไร ฟื้นตัว และที่สำคัญคือมีปันผลสูง MCS, ADVANC, NER, LALIN มีรายละเอียด Valuation และการจ่ายปันผลระหว่างกาล โดยหุ้น Top pick เลือก 2 หุ้นปันผล MCS, ADVANC และ 1 หุ้น Defensive BDMS

บล.ไอร่า ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 สายพันธุ์ Delta คาดจะยังเป็นปัจจัยจำกัด Upside การฟื้นตัวของ ราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้อยู่ สำหรับปัจจัยภายในประเทศ มีมุมมองเชิงบวกต่อการทยอยประกาศผลประกอบการของหุ้นใน กลุ่มธนาคารส่วนใหญ่ค่อนข้างออกมาดีกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ มองเป็น Sentiment เชิงบวกหนุน หุ้นในกลุ่มธนาคารฟื้นตัวกลับขึ้นได้ในระยะสั้น ช่วยเป็นปัจจัยเชิงบวกกระตุ้นตลาดฟื้นตัวกลับขึ้นได้

ขณะที่ยังคงมุมมองตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงรับรู้การยกระดับล็อกดาวน์คุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขยายพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัดมีผล 20 ก.ค. 64 ไปบ้างพอสมควรแล้วคาดว่าผลกระทบดังกล่าว เป็นไปอย่างจำกัด คาดไม่ส่งผลต่อหุ้นในกลุ่ม Re-opening theme มากนัก จากเดิมที่รายได้ก็ยังไม่สามารถฟื้น ในช่วงครึ่งแรกปี 2564 อยู่แล้ว

อีกทั้งคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในช่วง 2-4 สัปดาห์ต่อจากนี้ คาดสถานการณ์จะไม่แย่มากไปกว่านี้ มองเป็นปัจจัยเชิงบวกในระยะถัดไปซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วย จำกัด Downside ของตลาดได้

 ธีมการลงทุน ในเชิงกลยุทธ์มองการอ่อนตัวลงของตลาดในช่วง 1,550-1,530 เข้าซื้อสะสมหุ้นในธีม

  1. Earning Play ที่คาดงบไตรมาส 2/256 มีแนวโน้มที่ผลประกอบการดี อาทิ COM7, SAT, AH, HFT, JMART, GLOBAL, DOHOME, BCH และ CHG
  2. Defensive Play ซึ่งเป็นหุ้นที่มี Beta ระดับต่ำทนทานต่อความผันผวนของตลาดได้ อาทิ ADVANC, GPSC, GULF และ BGRIM
  3. Export Play ตามการส่งออกยังคงขยายตัวได้โดดเด่นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า รวมทั้งได้ประโยชน์ จากการอ่อนค่าของค่าเงินบาท อาทิ KCE, HANA, CCET และ SMT

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button