ADVANC จัดหนักปันผลปกติ–พิเศษ 27.41 บาท/หุ้น หลังกำไรปี 68 ออลไทม์ไฮ 4.7 หมื่นล้าน

ADVANC โชว์กำไรปี 68 ออลไทม์ไฮ 4.78 หมื่นล้านบาท เติบโต 37% จากปีก่อน จากการขยายฐานลูกค้ามือถือรวม 46.8 ล้านราย พร้อมจ่ายปันผลปกติ 15.30 บาท/หุ้น และปันผลพิเศษจากกำไรสะสม 19.00 บาท/หุ้น รวมทั้งปี 34.30 บาท/หุ้น หลังจ่ายระหว่างกาลแล้ว 6.89 บาท คงเหลือจ่ายงวดล่าสุด 27.41 บาท ขึ้น XD วันที่ 27 ก.พ. 69


บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้รวม 226,264 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 47,886 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากยุทธศาสตร์ที่ยึด “คุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ลูกค้า” เป็นหัวใจหลัก พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำโครงข่ายอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย ด้วยความเร็ว ความเสถียร และประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

โดยในปีที่ผ่านมา เอไอเอสเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านนวัตกรรมและ AI ทั้งด้านบริการและการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พร้อมต่อยอดการเติบโตระยะยาวผ่าน “ธุรกิจใหม่” ในฐานะฟันเฟืองสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจรีเทล แพลตฟอร์มคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬา และการเงินดิจิทัล

ด้านผลประกอบการและ EBITDA เติบโตอย่างมั่นคง จากการบริหารสมดุลระหว่าง การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต และ การยกระดับประสิทธิภาพภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวทางการเติบโตแบบ “คุณภาพ” ในทุกมิติ โดยปี 2569 เอไอเอสยังคงมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่การสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียดแต่ละธุรกิจดังนี้

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: โตต่อเนื่องจากฐานลูกค้าคุณภาพ และโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ที่มีความน่าเชื่อถือ

เอไอเอสมีผู้ใช้บริการรวม 46.8 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 495,200 เลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น กว่า 1 ล้านเลขหมายจากปี 2567 จากการมุ่งเน้นคุณภาพโครงข่ายและการยกระดับประสบการณ์ใช้งานอย่างต่อเนื่อง

ลูกค้าระบบเติมเงิน เพิ่มขึ้นกว่า 301,000 เลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น 392,900 เลขหมายจากปี 2567 โดยยังคงยึดมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการเปิดเลขหมายใหม่ ผ่านระบบ Liveness Detection ที่ผสาน AI เพื่อการพิสูจน์อัตลักษณ์ขั้นสูง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องผู้ใช้งานจากภัยคุกคามออนไลน์

ลูกค้าระบบรายเดือน เพิ่มขึ้นกว่า 194,000 เลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น 616,100 เลขหมายจากปี 2567 จากฐานลูกค้าคุณภาพสูงและ ได้รับผลบวกจากความนิยมในการรับชม ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (EPL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ใช้งาน 5G เพิ่มเป็น 17.9 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านเลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้นกว่า 5.7 ล้านเลขหมายจากปี 2567 บนโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุม มากกว่า 95% ของประชากรทั่วประเทศ ส่งผลให้รายได้ธุรกิจมือถือเติบโต 5.8% ทำให้ AIS มีส่วนแบ่งการตลาดเชิงรายได้อยู่ที่ 50% ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

ธุรกิจบรอดแบนด์: เติบโตด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพจากนวัตกรรมเน็ตบ้าน และความบันเทิงเพื่อทุกครัวเรือน

ธุรกิจเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE 3 เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รวม 5.24 ล้านราย เพิ่มขึ้น 38,000 รายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น 233,600 รายจากปี 2567 สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงข่ายและด้านบริการที่ยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้ทุกครัวเรือน อาทิ แพ็กเกจ SuperFast และนวัตกรรมเน็ตบ้าน Home FiberLAN และบริการที่มากกว่าการเชื่อมต่อ

พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬายอดนิยม เช่น EPL, Thai League, NBA และ NFL ส่งผลให้รายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 9.6% และมีส่วนแบ่งการตลาดเชิงรายได้ ร้อยละ 48% ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์อย่างมั่นคง

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร: เติบโตด้วยพลังโซลูชั่นส์เพื่อภาคธุรกิจไทย

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรเติบโตต่อเนื่อง โดยเติบโต 11% จากปี 2567 ได้รับอานิสงค์จากความต้องการในการใช้โครงข่าย 5G สำหรับองค์กรธุรกิจ โครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล รวมถึงบริการ Data Center และ Thai Hyperscale Cloud ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถขององค์กรไทย ทั้งนี้ เอไอเอสยังคงสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็น Sustainable Nation ผ่านการเสริมความพร้อมด้าน Digital Infrastructure ที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ รองรับการลงทุนและการขยายตัวของผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต

แนวโน้มปี 2569: ลงทุนต่อเนื่อง ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อประเทศ

ในปี 2569 เอไอเอสวางกรอบงบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาโครงข่าย 5G, การขยายบริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อผลักดันการเป็นศูนย์รวม AI Ecosystem ครั้งใหญ่รายแรก

พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายอัจฉริยะกับนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้คนไทยทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กรเข้าถึงประสบการณ์ AI ที่มีประสิทธิภาพ เสริมขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศ และวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงอย่างปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ Digital Economy ไทยอย่างยั่งยืน

ล่าสุดบริษัทแจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทเตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณาอนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี 2568 เป็นเงินปันผลในอัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น พร้อมเสนออนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมในอัตรา 19.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 34.30 บาทต่อหุ้น

ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ในอัตรา 6.89 บาทต่อหุ้น คงเหลือเงินปันผลสำหรับงวดนี้ในอัตรา 27.41 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30 เมษายน 2569

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569

Back to top button