
คัด 18 หุ้นเด่น เน้นธีม Defensive – ปันผลสูง รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาลง
“อินโนเวสท์ เอกซ์” ชี้จังหวะลงทุนเน้น “Selective Buy” คัด 18 หุ้นเด่นรับดอกเบี้ยขาลงปี 69 ชูธีม Defensive พื้นฐานแกร่ง และปันผลสูง พร้อมกลุ่ม REITS ที่โดดเด่น เช่น DIF, FTREIT และ LHHOTEL
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในระยะสั้นว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบจำกัดก่อนเข้าสู่ช่วงสิ้นปี นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางกระแสเงินลงทุน สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทแนะนำให้ใช้แนวทาง “Selective Buy” หรือการคัดเลือกซื้อหุ้นเฉพาะรายตัว โดยเน้นไปที่ 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่างชัดเจน
ประกอบด้วย 1) กลุ่มหุ้นเชิงรับความเสี่ยง (Defensive) ที่คาดกำไรไตรมาส 4 ปี 2568 ยังเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน และมีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าตลาด โดยแนะนำหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดได้ (Outperform) จากปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจที่โดดเด่น
2) กลุ่มหุ้นปันผลคุณภาพสูง (High-Quality Dividend Stocks) ที่มุ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนของพอร์ต โดยแบ่งเป็นการลงทุนระยะยาวที่มุ่งเน้นบริษัทที่มีผลกำไรมั่นคง ความผันผวนต่ำ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีผลประเมินความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Rating) ระดับ A ถึง AAA และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) มากกว่า 5% ต่อปี
ทั้งนี้ แบ่งเป็นหุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว ได้แก่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP, กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, PTT และ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO
ส่วนหุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน เน้นบริษัทที่มีกำไรมั่นคงและให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าจะจ่ายจากกำไรส่วนที่เหลือของปี 2568 ภายหลังการประกาศปันผลระหว่างกาลไปแล้ว โดยให้อัตราผลตอบแทนมากกว่า 5% ได้แก่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT, บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI และ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI
3) กลุ่มหุ้นที่คาดได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงในปี 2569 เนื่องจากต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มปรับลดลงจากภาระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในสัดส่วนสูง รวมถึงบริษัทที่ได้แรงหนุนจากต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีโอกาสปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้าอีก 2 ครั้ง ส่งผลเชิงบวกต่อบริษัทที่มีต้นทุนการเงินลอยตัวสูงและภาระหนี้จำนวนมาก
โดยแนะนำหุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE รวมถึงหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น ได้แก่ AP, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITS แนะนำ DIF, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล หรือ LHHOTEL

