“ส.ผู้ค้าปลีกไทย” เสนอผ่อนผันด่วน “ห้าง-ร้านค้า” 1 ก.ย.นี้ เดินหน้าเศรษฐกิจ

“สมาคมผู้ค้าปลีกไทย” นำเสนอมาตรการผ่อนผันเร่งด่วนให้ “ห้างสรรพสินค้า- ศูนย์การค้า- คอมมูนิตี้มอลล์-ร้านค้าต่างๆ” สามารถเปิดบริการแก่ประชาชนเป็นปกติได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2564 โดยมีเงื่อนไขและเกณฑ์ในการปฏิบัติเข้มข้น 7 ข้อฝ่าฟันวิกฤตโควิดในครั้งนี้


นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย เพื่อระดมความคิดเห็น และหารือในรายละเอียดของการเตรียมเปิดธุรกิจอย่างปลอดภัยเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของสาธารณสุข โดยได้กำหนดมาตรการและข้อปฏิบัติร่วมกันพร้อมยกมาตรการขั้นสูงสุดเพื่อทำให้การเปิดธุรกิจเกิดขึ้นได้จริง

ทั้งนี้สมาคมฯจึงขอนำเสนอมาตรการผ่อนผันเร่งด่วนให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านค้าต่างๆ สามารถเปิดบริการแก่ประชาชนเป็นปกติได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 โดยมีเงื่อนไขและเกณฑ์ในการปฏิบัติเข้มข้น ในการเปิดเมืองอย่างปลอดภัย ดังนี้

1.คัดกรองพนักงานโดย Platform Thai Safe Thai (TST) ทุกวัน หากพบว่ามีอุณหภูมิเกินกว่าที่กำหนดและมีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อให้ตรวจด้วย Antigen Test Kit (ATK) ทันที

2.ให้ร้านค้าประเมินตนเองตามหลักเกณฑ์ของ Thai Stop Covid+ (TSC+) ทุกเดือน และติดใบรับรอง Certificate ในบริเวณที่เจ้าหน้าที่และผู้รับบริการสามารถแสกน QR Code เพื่อตรวจสอบได้

3.ผู้เข้ามาใช้บริการปฏิบัติตาม D-M-H-T-T พร้อมคัดกรองตัวเองผ่าน TST และแสดงให้ผู้รับบริการก่อนเข้าสถานประกอบการ

4.ควบคุมจำนวนพนักงานและลูกค้า 1 คน ต่อ 5 ตารางเมตร ในสถานประกอบการ (กรมอนามัยใช้หลักเกณฑ์ 1 ต่อ 4 ตารางเมตร)

5.กำหนดให้มีการจองการเข้ารับบริการผ่านทาง Application หรือ โทรศัพท์ หรือรับบัตรคิวล่วงหน้าในทุกธุรกิจของการบริการ

6.เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสสูง High Touch Area อย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง (กรมอนามัยใช้หลักเกณฑ์ทุกๆ 2 ชั่วโมง)

7.ตรวจวัดค่าปริมาณคลอรีนในน้ำคงเหลือไม่ต่ำกว่า 0.5 ppm ในช่วงก่อนเปิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และร้านค้าต่างๆ

อย่างไรก็ตามสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และภาคีเครือข่าย ยินดีที่จะสนับสนุนรัฐบาลและขานรับมาตรการต่างๆของทางศบค. และพร้อมที่จะยกระดับการปฏิบัติการเข้มข้นขั้นสูงสุด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฝ่าฟันวิกฤตโควิดในครั้งนี้ เพื่อร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

Back to top button