SET พุ่ง 11 จุด รีบาวด์ตามตปท. รับข่าวโควิดในปท.ดีขึ้น-กลุ่มพลังงานหนุน

SET พุ่ง 11 จุด รีบาวด์ตามตปท. รับข่าวโควิดในปท.ดีขึ้น ยอดเสียชีวิตต่ำร้อยต่อวัน และราคาน้ำมันดิบและถ่านหินทรงตัวระดับสูง ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ เวลา 10.08 น. อยู่ที่ 1,616.39 จุด เพิ่มขึ้น 11.22 จุด หรือ 0.70% สูงสุดที่ 1,617.61 จุด ต่ำสุดที่ 1,610.96 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.88 พันล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นได้ เช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยตลาดหุ้นเกาหลี และจีนที่ปิดทำการ ตามตลาดสหรัฐฯ หลังจากที่มีความหวังในยาตัวใหม่ของ “เมอร์ค แอนด์ โค” ซึ่งเป็นบริษัทยารายใหญ่ของสหรัฐ ที่เตรียมยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เพื่อขออนุมัติการใช้ยาตัวใหม่ โมลนูพิราเวียร์ (molnupiravir) ในกรณีฉุกเฉิน หลังการทดลองทางคลินิกได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจ ซึ่งช่วยหนุนภาพของการฟื้นตัว

นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) อายุ 10 ปี ของสหรัฐฯได้ชะลงตัวมาอยู่ที่ 1.46% จากก่อนหน้านี้ทะลุ 1.50% ทำให้เป็นผลดีต่อการลงทุน

ส่วนปัจจัยในประเทศมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ดีขึ้นต่อเนื่อง ยอดผู้เสียชีวิตลงต่ำกว่า 100 รายต่อวัน และราคาน้ำมันดิบก็ยังปรับตัวขึ้นด้วย อีกทั้งราคาพลังงานตอนนี้ถือว่าแพงมาก โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างบวกต่อเนื่อง ทำให้หุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์น่าจะได้รับผลดีไปด้วย

อย่างไรก็ดีให้ติดตามการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสในวันนี้ และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของทั่วโลกที่จะทยอยออกมา รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาในวันศุกร์นี้

ทั้งนี้พร้อมให้แนวรับ 1,592 – 1,593 จุด ส่วนแนวต้าน 1,610 – 1,620 จุด

ด้านบล.กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (4 ต.ค.2564) คาดดัชนี SET แกว่งตัว 1,600 – 1,615 จุด โดยแม้ว่าจะได้ปัจจัยบวกราคาน้ำมันดิบและถ่านหินทรงตัวระดับสูง ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงาน ประกอบกับความคาดหวังการผ่อนคลายล็อกดาวน์และเปิดประเทศหลังยอดผู้ติดเชื้อ Covid-19 ของไทยชะลอตัวลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความกังวล Fed ปรับลด QE และขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดรวมถึงการขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของสหรัฐจะกดดันต่อดัชนี

 

 

Back to top button