EPG มั่นใจครึ่งหลังสดใส ชูเรือธง “Aeroflex-Aeroklas-EPP” ดันยอดขายทั้งปีโต 15%

EPG ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง รับ 3 ธุรกิจ “Aeroflex-Aeroklas-EPP” ขยายตัวเด่น คาดดันยอดขายทั้งปีโตราว 12-15%


นายเฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 22 พ.ย.64 โดยมองแนวโน้มผลงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2564/2565 (ต.ค. 2564-มี.ค. 2565) จะสามารถเติบโตได้ดีขึ้นกว่าเป้าหมาย หากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะตลาดยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน รวมถึงญี่ปุ่น ขณะที่ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ การเร่งฉีดวัคซีน และการเปิดประเทศ

ด้านธุรกิจ Aeroflex คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีสัดส่วนยอดขายมากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ และในประเทศ โดยฐานการผลิตโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา ได้นำเครื่องจักรระบบอัตโนมัติความเร็วสูงมาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เตรียมพร้อมสำหรับขยายตลาดรองรับความต้องการในอนาคต

ส่วนธุรกิจ Aeroklas และ TJM ยอดขายมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง AEROKLAS มีจุดแข็งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายทั้ง OEM/ODM (Original Design Manufacturer) After Market และการส่งออก และให้เกิด Synergy ของกลุ่มธุรกิจทั้งหมดของ AEROKLAS รวมถึง แนวโน้มความต้องการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในอนาคตจะเพิ่มขึ้น

สำหรับธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความนิยมท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น และความต้องการยานยนต์ประเภท Light Commercial Vehicle และ SUV ปรับสูงขึ้น อีกทั้ง ออสเตรเลีย คลายล็อกดาวน์และเปิดประเทศแล้ว TJM เตรียมความพร้อมรองรับลูกค้าในทุกช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์ และร้านค้า และธุรกิจ EPP ตลาดหลักเป็นในประเทศไทย ซึ่งบรรจุภัณฑ์ประเภทถ้วยน้ำดื่ม และบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทกล่องใส่อาหาร คาดจะเติบโตดีขึ้นเนื่องจากได้เปิดประเทศแล้ว กิจกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศเริ่มกลับมาดำเนินการตามปกติ

ขณะที่บริษัทร่วมทุนและการร่วมค้า มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมฉนวนกันความร้อน/เย็น และกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ โดย Aeroklas Duys (Pty) Ltd. แอฟริกาใต้ ได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและหลากหลายขึ้น และบริษัท ฟาร์แอร์โร จำกัด ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการผลิตเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้ายานยนต์ OEM คาดว่าจะเริ่มผลิตภายในไตรมาส 4 ปี 2564/2565 (ม.ค.–มี.ค. 2565)

ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจปี 2564/2565 (เม.ย. 2564-มี.ค. 2565) จะมียอดขายประมาณ 11,000 ล้านบาท เติบโต 12-15% จากปีก่อน โดยจะมาจากการเติบโตของ 3 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex, ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas และธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP รวมถึงมั่นใจจะมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 29-32%

Back to top button