โบรกฯ อัพเป้า GUNKUL ใหม่ 8.10 บ. ชี้กัญชง-กัญชา ดันกำไรปี 65 โต 2 เท่า

โบรกฯ อัพเป้า GUNKUL ใหม่ 8.10 บ./หุ้น  ชี้กัญชง-กัญชา ดันกำไรปี 65 โต 2 เท่า เดินหน้าขยายโรงปลูกกัญชา ในปี 65-66 และจะเพิ่มขึ้นอีก 200 แห่งในปี 67 เพิ่มกำลังผลิตต่อเนื่อง


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส  จำกัด (มหาชน) หรือ บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผยแพร่บทวิเคราะห์ ระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้แนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ซึ่งเชื่อว่าจากการที่ GUNKUL ได้เริ่มปลูกกัญชง กัญชาโดยเริ่มจากโรงปลูกกัญชง  2 แห่งที่ดำเนินการไปแล้ว และจะเพิ่มเป็น 90-100 แห่งในปี 2565 นี้ ทำให้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกต่ออัตราการเติบโตของผลกำไรที่จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนธุรกิจกัญชง กัญชา โดยคาดว่ากำไรสุทธิต่อปีของ GUNKUL จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในปี 2565 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  และเพิ่มอีก 6.7% ในปี 2566 โดยประมาณการจากโรงปลูกกัญชง 100 แห่งที่จะสร้างขึ้นในปี 2565-2566 และจะเพิ่มขึ้นอีก 200 แห่งในปี 2567  ตามเป้าหมายที่บริษัทได้กำหนดไว้

โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่า GUNKUL จะมีกำไรจากธุรกิจกัญชาประมาณ 1.5-1.7 พันล้านบาทในปี 2565-2566 และ 4.1 พันล้านในปี 2567 จากการเพิ่มกำลังการผลิตจากโรงปลูก 100 แห่งในปี 2565-2566 และจะเพิ่มขึ้นอีก 200 แห่งในปี 2567  ซึ่งจากการประเมินในเบื้องต้นมองว่า หาก GUNKUL สามารถสร้างผลผลิตได้ 193,406 กิโลกรัมต่อปี โดยมียอดขายรวมจากทุกผลผลิต โดยมาจากสารสกัด CBD อยู่ที่ 35%  จากการสกัดเข้มข้น 30% และอีก 30% มาจากการจำหน่ายใบกัญชาแห้ง จะทำให้ GUNKUL สร้างผลกำไรได้ประมาณ 1.5 พันล้านในปี 2565  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอยู่ที่ 600 ล้านบาทและค่าเสื่อมราคาอยู่มี่ 220 ล้านบาท

ทั้งนี้จากการที่เพิ่งมีการจัดตั้งสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TiHTA) ขึ้นนั้น เราเห็นว่าจะทำให้ราคาขายของกัญชงและกัญชาในประเทศไทยเป็นเรื่องที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ และ GUNKUL เองก็มีความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าเจ้าอื่น เนื่องจาก  1.) เป็นเจ้าแรก  2.) มีความครบวงจร  3.) มีต้นทุนค่าที่ดินและภาษีไฟฟ้าต่ำกว่าคู่แข่งในท้องถิ่น และ 4.) อยู่ในอุตสาหกรรมกัญชง กัญชาที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและรับรองในทางกฎหมายแล้วเมื่อปี 2564 ทำให้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามีโอกาสที่อัตราผลกำไรจากธุรกิจกัญชาของ GUNKUL จะเติบโตขึ้นไปได้อีกมาก

ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายจาก 5.40 บาท เป็น 8.10 บาท โดยรวมจาก 1.) อัตราผลกำไรต่อหุ้นที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่เราใช้ประเมินมูลค่า P/E ของหุ้น  2.) การปรับเพิ่มของ P/E ในธุรกิจกัญชงของ GUNKUL จาก 15 เท่า เป็น 22 เท่า เพื่อสะท้อนการคาดการณ์ผลตอบแทนและผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าศักยภาพในการสร้างรายได้จากธุรกิจกัญชงนั้นมีเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจาก GUNKUL ได้ดำเนินการทำฟาร์มปลูกกัญชาไปแล้ว และ 3.) ราคาที่จะถูกกำหนดโดยสมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TiHTA)

Back to top button