CRC โชว์รายได้ขายพุ่ง หนุนกำไรไตรมาส 1 โตกระฉูด 2 เท่า! 

CRC โชว์กำไรไตรมาส 1/65 โตกระฉูด 2 เท่า แตะ 1.2 พันลบ. จากปีก่อนกำไร 401.41 ลบ. รับรายได้ขายพุ่ง หลังคลายกังวลโควิด-19 ระบาด-สาขาจังหวัดท่องเที่ยวฟื้นตัว


บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2565 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2565 ดังนี้

ทั้งนี้บริษัทฯ มีรายได้รวม 56,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 เนื่องจากรายได้จากการขาย 50,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตในทุกธุรกิจ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และสาขาในจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญเริ่มฟื้นตัวขึ้น โครงการช้อปดีมีคืนของรัฐบาลในช่วง 1 ม.ค. – 15 ก.พ.2565 การปรับปรุงสาขาเก่า การขยายสาขาใหม่ และการเปิดร้านค้ารูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง

โดยนายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CRC กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา เซ็นทรัล รีเทล ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการค้าปลีกอีกครั้ง ด้วยยอดขายเติบโตทะลุเป้าแบบก้าวกระโดดที่ 16% สร้างกำไรทุบสถิติต่อเนื่อง และทำรายได้รวมอยู่ที่ 56,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบจากปีก่อน

ส่วน EBITDA  อยู่ที่ 6,622 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบจากปีก่อน และกำไรสุทธิ 1,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189% เมื่อเทียบจากปีก่อน ด้านการเติบโตของยอดขายของสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 1 เติบโตอยู่ที่ 11% เป็นบวกต่อเนื่องทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี ขณะที่ยอดขายออมนิแชแนลโดยรวมก็เติบโตขึ้นเช่นกันอยู่ที่ 44% แสดงให้เห็นว่า แพลตฟอร์มออมนิแชแนลของเซ็นทรัล รีเทล ที่คิดมาจากการยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ และตอบรับลูกค้าได้พร้อมกันทุกช่องทางในเวลาเดียวกัน จนทำให้ในปัจจุบันเซ็นทรัล รีเทล มีลูกค้าที่เป็น Omni customer เพิ่มขึ้นอีกหลายล้านคน

นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มสปีด และลดความซับซ้อนในการทำงาน ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและซัพพลายเชน เพื่อให้บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆ ที่ไม่แน่นอน ทั้งภาวะโควิดที่กำลังเข้าสู่ช่วงขาลง (Covid end stage) ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีปัญหาเงินเฟ้อทั่วโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางลบและยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

สำหรับแผนงานปี 2565 เซ็นทรัล รีเทล เตรียมบุกตลาดอย่างเต็มกำลัง ด้วยงบลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ในการพัฒนาปรับปรุงธุรกิจหลัก ตลอดจนเร่งเครื่องขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ และลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพ CRC Ecosystem รวมถึงต่อยอดแพลตฟอร์มออมนิแชแนลให้สามารถตอบโจทย์ และมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าทุกคน โดยในทุกๆ ไตรมาสตลอดทั้งปีนี้ เซ็นทรัล รีเทล ได้วางแผนเปิดตัวธุรกิจ สินค้า และบริการใหม่ๆ ให้กับวงการค้าปลีกทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี ดังต่อไปนี้

สำหรับประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้านแพลตฟอร์มออมนิแชแนล ทั้งในกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ฟู้ด แฟชั่น และพร็อพเพอตี้ ผ่านการปรับปรุง ขยายสาขา และเปิดตัวธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ได้แก่

โดยเดินหน้าขยายสาขาใหม่กว่า 300 สาขาตลอดทั้งปี ประกอบด้วยร้านค้าหลักในแต่ละธุรกิจ ได้แก่ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ไทวัสดุ และท็อปส์ รวมถึงร้านค้าเฉพาะทาง (Specialty store) อื่นๆ พร้อมเดินหน้าขยายสาขารูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น ท็อปส์ สแตนด์อโลน หลังจากได้รับกระแสตอบรับดีมากในสาขาแรก รวมถึง New Format อื่นๆ ที่เน้นเจาะตลาดใหม่ๆ และเร่งเครื่องขยายการเติบโตของกลุ่มธุรกิจใหม่ Health & Wellness อย่างเต็มกำลัง

รวมทั้งเปิดตัวแพลตฟอร์มและบริการใหม่ทั้งในกลุ่มฟู้ดและน็อนฟู้ด อาทิ ไทวัสดุ โมบายด์แอปพลิเคชัน ที่จะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ตอกย้ำการเป็นเบอร์หนึ่งผู้นำค้าปลีกออมนิแชแนลตลาดสินค้าวัสดุก่อสร้าง และสินค้าตกแต่งบ้านอย่างครบวงจรในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงการเปิดตัวบริการ Tops Prime ที่เป็นรูปแบบ Subscription ส่งฟรีไม่จำกัดครั้ง ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว และบริการใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกมากมายตลอดทั้งปีนี้

อีกทั้งยกระดับศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อาทิ การเพิ่มร้านค้าและแบรนด์ใหม่, การปรับโฉมให้มีความโลคอลยิ่งขึ้น และการต่อยอดศูนย์การค้าในทำเลศักยภาพ ให้เป็นรูปแบบมิกซ์ยูส โดยร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ ในการสร้างคอนโดควบคู่กับศูนย์การค้า เพื่อดึงทราฟฟิก และมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ส่วนในประเทศเวียดนาม ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจฟู้ด ศูนย์การค้า และแพลตฟอร์ม ออมนิแชแนล หลังยอดขายผ่านแพลตฟอร์มในไตรมาสแรกเติบโตแบบดับเบิ้ล อยู่ที่ 88% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งยังดันแอปพลิเคชัน GO! ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในแอปช้อปปิ้งยอดนิยมในเวียดนาม พร้อมเร่งเครื่องขยายสาขาออฟไลน์ใหม่ๆ ตลอดทั้งปี ประกอบด้วย ศูนย์การค้า GO! และไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา, ซูเปอร์มาร์เก็ต mini go! และท็อปส์ 12 สาขา และร้านค้าน็อนฟู้ดอื่นๆ รวมอีก 70 สาขา โดยมุ่งเป้าสร้างฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้งตลาดกลางและล่าง ตอบรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศเวียดนาม ที่คาดการณ์ว่า GDP ปี 2565 จะโตแตะ 6%

ขณะที่ประเทศอิตาลี ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านลักชูรี่ออมนิแชแนล ผ่านการปรับปรุงสาขา และช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้าใช้บริการเว็บไซต์ Rinascente มากกว่า 3 ล้านคน เติบโตกว่าปีก่อนถึง 64% พร้อมกันนี้ยังเดินหน้ารีโนเวทห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเตสาขาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับโฉมให้ทันสมัย และสามารถรองรับทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้นของทั้งลูกค้าโลคอล และนักท่องเที่ยว หลังจากไตรมาสที่ 1/2565 มีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นถึง 58% พร้อมเชื่อมั่นว่ายอดขายของอิตาลีทั้งปีจะเติบโตเป็นเลข 2 หลัก จากอานิสงส์การคลายล็อกดาวน์โควิด-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

“ปี 2565 ถือเป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ด้วยแผนธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ที่ชัดเจน และทำได้จริง รวมถึงกลยุทธ์ในการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามั่นใจอย่างยิ่งว่า เซ็นทรัล รีเทลจะสามารถปิดปี 2565 นี้ ด้วยยอดขายเติบโต 15-20% ตามเป้าที่วางไว้ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในโลกค้าปลีกแห่งอนาคต และขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งด้าน Omni-Centric Retailer แห่งเอเชีย” นายญนน์ กล่าว

Back to top button