
“บล.กรุงศรี” มอง SET มิ.ย.69 ทดสอบแนวต้าน 1,627 จุด ล็อกเป้าลงทุน 5 หุ้นเด่น
KSS ประเมินแนวโน้มดัชนีหุ้นไทยเดือนมิถุนายน 2569 แกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,627 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุน 5 หุ้นท็อปพิก BBL-GULF-CPN-STECON-WHAUP พ่วง 2 กลุ่มเด่นกำไรโต สภาพคล่องสูง
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนในเดือนมิถุนายน 2569 ให้ความสำคัญกับนักลงทุน 2 ประเภทเป็นหลัก ได้แก่ นักลงทุนระยะกลางถึงยาวที่ได้ทยอยพิจารณาซื้อคืนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา แนะนำให้ถือลงทุนและลุ้นดัชนีแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้านรายเดือนที่กำหนด ส่วนนักเก็งกำไร แนะนำให้เน้นการซื้อขาย (TRADING) โดยอิงกรอบแนวรับและแนวต้านรายเดือนในกรณี Bull case เป็นหลัก พร้อมประเมินว่าดัชนีจะพุ่งขึ้นทดสอบโซนแนวต้านที่ระดับ 1,595 จุด และ 1,627 จุด ตามลำดับ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,528 จุด และ 1,506 จุด
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้คัดเลือกหุ้นเด่นทางเทคนิคที่น่าสนใจ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ให้เป้าหมายที่ 178.0 / 181.0 บาท ประเมินแนวรับที่ 169.0 / 166.0 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนไม่ควรหลุดต่ำกว่า 164.0 บาท, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ให้เป้าหมายที่ 64.25 / 68.50 บาท ประเมินแนวรับที่ 59.25 / 57.50 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนไม่ควรหลุดต่ำกว่า 55.75 บาท
รวมถึง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ให้เป้าหมายที่ 68.75 / 70.50 บาท ประเมินแนวรับที่ 63.50 / 61.25 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนไม่ควรหลุดต่ำกว่า 60.0 บาท, บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ให้เป้าหมายที่ 15.20 / 16.00 บาท ประเมินแนวรับที่ 13.40 / 12.80 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนไม่ควรหลุดต่ำกว่า 12.30 บาท, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ให้เป้าหมายที่ 6.00 / 6.40 บาท ประเมินแนวรับที่ 5.25 / 5.00 บาท และกำหนดจุดตัดขาดทุนไม่ควรหลุดต่ำกว่า 4.92 บาท
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการเลือกซื้อลงทุน (Selective buy) ประจำเดือน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ หุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น (Outperform) เมื่อเทียบกับ SET INDEX อาทิ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, GULF, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH
ส่วนอีกกลุ่มคือหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีสภาพคล่องและพร้อมให้ส่วนต่างในเชิงเก็งกำไร อาทิ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA, บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC

