“พิธา” ค้านควบรวม “TRUE-DTAC” หวั่นกระทบประชาชน-แนะ กสทช.ใช้อำนาจยับยั้ง

หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงคัดค้านควบรวมกิจการ “TRUE-DTAC” ชี้ กสทช.ไม่ควรอนุญาต เหตุจะทำให้เกิดการผูกขาด กระทบค่าครองชีพประชาชน และไม่เกิดการแข่งขัน เพื่อพัฒนาคุณภาพ


นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เตรียมพิจารณาหาข้อสรุปการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ว่า การควบรวมครั้งนี้จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดของ TRUE-DTAC เกิน 50% ของส่วนแบ่งตลาด ซึ่งที่ผ่านมาในเรื่องนี้ศาลปกครองได้วินิจฉัยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ว่า กสทช. มีอำนาจเต็มในการระงับการควบรวมธุรกิจหากการควบรวมธุรกิจส่งผลให้เกิดการผูกขาด หากปล่อยให้มีการควบรวมกิจการ จะเกิดผูกขาดธุรกิจดิจิทัล และต่อไปเอกชนก็จะไม่ต้องแข่งขัน ไม่เกิดนวัตกรรม ไม่เกิดการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เพราะสามารถที่จะทำกำไรได้จากการผูกขาด เป็นการทำกำไรบนความลำบากของประชาชน

นายพิธรา จึงขอเรียกร้องให้ กสทช. ใช้อำนาจที่มีอยู่ ทำตามความเห็นของอนุกรรมการของ กสทช. ทั้ง 4 คณะ ในการยับยั้งการควบรวมกิจการของ TRUE และ DTAC ที่จะเพิ่มค่าครองชีพของประชาชน

นายพิธา ยังระบุว่า จากผลการศึกษาและวิเคราะห์ของอนุกรรมการของ กสทช. เองทั้ง 4 ชุด ก็ไม่มีอนุกรรมการชุดไหนเห็นด้วยกับการควบรวม โดยอนุกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง มีความเห็นว่า กสทช. ไม่ควรอนุญาตให้มีการควบรวม ทรู-ดีแทค เพราะจะทำให้เกิดการผูกขาด

ขณะที่ อนุกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์ มีความเห็นว่าผูกขาด กสทช. ไม่ควรอนุญาตให้ควบรวม ส่วนอนุกรรมการด้านเทคโนโลยี บอกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีสามารถทำได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องควบรวมกิจการ ขณะที่อนุกรรมการด้านกฎหมาย ถึงไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องการผูกขาด แต่บอกว่า กสทช. มีอำนาจเต็มที่จะยับยั้งการควบรวมครั้งนี

อย่างไรก็ตาม ตนเองและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จะเดินทางไปพบสื่อมวลชน เพื่อหารือให้มีการนำเสนอข่าว และข้อมูลเกี่ยวกับดีลควบรวม True-DTAC ให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและร่วมกันกับคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลในการทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

Back to top button