“ดาวโจนส์” ร่วงกว่า 200 จุด หวั่น “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ฉุดเศรษฐกิจถดถอย

“ดาวโจนส์” ดิ่งกว่า 240 จุด นักลงทุนกังวล “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ครั้งที่ 3 ในเดือนหน้าเพื่อสกัดเงินเฟ้อ คาดส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์เปิดตลาดดิ่งลงกว่า 200 จุด ท่ามกลางความวิตกว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนก.ย. ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย

นอกจากนี้ ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน หลังจากที่นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวยอมรับว่า จีนกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ณ เวลา 21:20 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 33,758.32 จุด ลบ 240.72 จุด หรือ 0.71%

โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงเช่นกัน หลังจากปรับตัวขึ้น 6 สัปดาห์ติดต่อกัน

ทั้งนี้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในการประชุมเดือนก.ย.

อย่างไรก็ดีล่าสุด ตัวเลขคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% และ 0.75% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนก.ย.เริ่มเข้าใกล้ 50-50 หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนเทน้ำหนักว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50%

ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ในขณะนี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 53.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 2.75-3.00% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนัก 46.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75%

โดยก่อนหน้านี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 68.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 31.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75%

ทั้งนี้หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในเดือนก.ย. ก็จะส่งผลให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 หลังจากปรับขึ้น 0.75% ทั้งในเดือนมิ.ย.และก.ค.

ด้านนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนก.ย. เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง

“ผมมองไม่เห็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเป็นปีหน้า โดยเฟดควรปรับเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยขึ้นสู่ระดับ 3.75-4.00% ภายในสิ้นปีนี้” นายบูลลาร์ด กล่าว

โดยคำกล่าวของนายบูลลาร์ดสอดคล้องกับถ้อยแถลงของนางแมรี ดาลี ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก ซึ่งสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% หรือ 0.75% ในการประชุมเดือนก.ย.

ขณะเดียวกันนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันที่ 25-27 ส.ค. โดยคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการปรับลดขนาดงบดุล (QT) ของเฟด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

สำหรับหัวข้อในการประชุมประจำปีนี้คือ “Reassessing Constraints on the Economy and Policy” โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ 26 ส.ค.เวลา 10:00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21:00 น.ตามเวลาไทย

อย่างไรก็ดีในการแถลงต่อสภาคองเกรสก่อนหน้านี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เฟดมีความมุ่งมั่น “อย่างไม่มีเงื่อนไข” ในการรักษาเสถียรภาพของราคา ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดพร้อมรับความเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายจากการที่เงินเฟ้อไม่สามารถควบคุมได้จนทำให้เกิดความเสียหายในระยะยาว

ทั้งนี้มีความกังวลกันว่าการที่เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.9% ในไตรมาส 2 หลังหดตัว 1.6% ในไตรมาส 1 ซึ่งการที่เศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ทำให้สหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค

โดยนายพาวเวลยืนยันว่า เขาไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากหลายภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจยังคงมีความแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงตลาดแรงงาน

สำหรับการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ถือเป็นการประชุมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีคลัง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน จากประเทศต่างๆทั่วโลก จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ขณะที่ไฮไลท์จะอยู่ที่การกล่าวปาฐกถาของประธานเฟดในขณะนั้นเพื่อแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟด และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ

Back to top button