PTG แย้มครึ่งปีหลังโตต่อ รับดีมานด์น้ำมันเพิ่ม เล็งยื่นไฟลิ่ง “แอตลาส เอ็นเนอร์ยี” Q3

PTG แย้มครึ่งปีหลังโตต่อ รับปริมาณขายน้ำมันเพิ่ม หลังประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น พร้อมทั้งธุรกิจนอนออยล์ขยายตัว เล็งเตรียมยื่นไฟลิ่งธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG “แอตลาส เอ็นเนอร์ยี” ไม่เกินไตรมาส 3/65 หรือต้นไตรมาส 4/65


นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)  หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2565 จะเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก เป็นไปตามความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย รวมทั้งภาครัฐกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดจะเดินทางเข้ามาในประเทศราว 10 ล้านคน ส่งผลดีต่อการจำหน่ายน้ำมันให้ปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่การปรับราคาขายน้ำมันขึ้นลงตามต้นทุนที่มีการขยับ ถ้าทำได้ดีหรือไม่ได้ช้าเกินไปก็จะยังคงหนุนให้ค่าการตลาดทั้งปีนี้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ที่ระดับ 1.70-1.80 บาท/ลิตร โดยบริษัทยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลังนี้ โดยจะเน้นไปในธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-oil) มากขึ้น เช่น การขยายสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทย, ร้าน Coffee World โฉมใหม่ และกลุ่มพลังงานสะอาด เช่น โรงไฟฟ้าจากขยะ (RDF),สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสแนวโน้มของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

รวมถึงบริษัทยังคงเป้ามีสถานีบริการน้ำมันเพิ่มเป็น 2,010 สาขา, Non-oil ที่ 1,572 สาขา แบ่งเป็น LPG and MIX จำนวน 252 สาขา และ F&B, CVS and Services จำนวน 1,320 สาขา โดยวางงบลงทุนไว้ที่ 3,000-4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ราว 1,500-2,000 ล้านบาทรองรับการขยายสถานีบริการน้ำมัน และ 1,000-1,500 ล้านบาทรองรับในส่วนของธุรกิจ Non-oil ส่วนที่เหลืออีก 500 ล้านบาทจะใช้ในธุรกิจใหม่

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสาขาให้บริการน้ำมันและ LPG รวม 2,194 สาขา แบ่งเป็น สาขา Oil COCO รวม 1,648 สาขา, Oil DODO รวม 321 สาขา, LPG Stand alone รวม 81 สาขา และ MIXED รวม 144 สาขา กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย, ธุรกิจ Non-Oil รวม 1,092 จุดบริการ แบ่งเป็น สาขา max mart รวม 286, สาขา กาแฟพันธุ์ไทย รวม 414, สาขา COFFEE WORLD รวม 33, สาขา Gas Shops 201, สาขา AutoBACS รวม 36, สาขา Maxnitron รวม 49 สาขา, max CAMP รวม 56 สาขา EV Station รวม 17 สาขา

อย่างไรก็ดี บริษัทยังมั่นใจปริมาณการขายน้ำมันปี 2565 จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 6-10%, LPG เติบโต 50-60% ส่วนธุรกิจ Non-oil เติบโต 80-90% โดยกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-oil  (Non-Oil Gross Profit Portion reaches) คาดว่าจะเติบโต 15-20% และยังคงเป้ากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปีนี้เติบโต 15-20% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากค่าการตลาดที่คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.70-1.80 บาท/ลิตร

ส่วนความคืบหน้าการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ล่าสุด บริษัทได้ดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ธุรกิจปาล์มคอมเพล็กซ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปเรียบร้อยแล้ว และเตรียมที่จะยื่นไฟลิ่งธุรกิจจำหน่ายก๊าซ LPG ภายใต้ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ไม่เกินไตรมาส 3/65 หรือต้นไตรมาส 4/65

Back to top button