BTS ปล่อยคลิปทวงค่าเดินรถ “สายสีเขียว” 4 หมื่นล้าน เร่ง “กทม.” จ่ายหนี้!

BTS ปล่อยคลิปสัมภาษณ์ “คีรี” ทวงหนี้ค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว 4 หมื่นล้านบาท จาก “กทม.” ลั่นอย่าหนีปัญหา อย่าปล่อยให้เอกชนสู้เพียงลำพัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 พ.ย.65) ทวิตเตอร์ @BTS_SkyTrain ได้เผยแพร่คลิปการสัมภาษณ์ของนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เกี่ยวกับการทวงหนี้ค่าบริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 40,000 ล้านหมื่นบาท จากกรุงเทพมหานคร (กทม.)

พร้อมทั้งระบุข้อความว่า “คนเราจะอดทนกับการแบกหนี้ได้นานแค่ไหน…ทำงานแต่ไม่ได้เงิน ต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกวัน… ผู้มีอำนาจโยนไปโยนมา ไร้การตัดสินใจ ถึงเวลาเข้ามาจัดการปัญหา อย่าหนีปัญหา…อย่าปล่อยให้เอกชนสู้เพียงลำพัง ถึงเวลาจ่ายหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว 40,000 ล้าน”

สอดคล้องกับเมื่อวันที่ 1 พ.ย.65 ที่ผ่านมา นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS เข้าร่วมเสวนากับพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในขณะนี้ไม่อยากให้พูดถึงการขยายสัมปทาน แต่หน่วยงานของรัฐบาลควรหางบประมาณมาจ่ายหนี้ให้กับบีทีเอสได้แล้ว และไม่ควรมาถกเถียงกันเรื่องสัญญา เพราะทุกวันนี้บีทีเอสยังคงเดินรถในส่วนต่อขยายอย่างต่อเนื่อง ทั้งส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่-บางหว้า และช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่สำคัญศาลปกครองกลางได้พิพากษาว่า กทม.ต้องร่วมจ่ายหนี้ค้างชำระค่าจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการฯ ที่บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด (KT) ได้ค้างชำระในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 11,755 ล้านบาท นับเฉพาะยอดหนี้ที่ค้างจ่ายจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับจากคดีถึงที่สุด อีกทั้งบีทีเอสได้ให้เวลาในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวกับ กทม.มาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นควรตัดสินใจ และแก้ไขปัญหากับเรื่องดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

“ตนอยากให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี รวมทั้ง กทม.เข้ามาตรวจสอบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องตัดสินใจได้แล้วว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป แต่บีทีเอสขอยืนยันว่าจะไม่หยุดเดินรถอย่างแน่นอน เพราะประชาชนจะเดือดร้อน และอย่าทำเป็นเพิกเฉยต่อหนี้ที่เกิดขึ้น และอย่าอ้างถึงสิ่งที่ไม่เข้าใจเพื่อยืดเยื้อหนี้ เพราะจะเป็นการกลั่นแกล้งภาคเอกชน” นายคีรี กล่าว

อีกทั้งตัวเลขหนี้ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันกว่า 40,000 ล้านบาทแล้ว และดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นทุกวันหากปล่อยไว้ภาษีของประชาชนจะเสียหาย และอย่าใช้ข้ออ้างว่าต้องการปกป้องอะไร แต่ควรหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือหากไม่มีงบประมาณมาจ่ายหนี้ ก็ควรหาข้อเสนอมาเพื่อแก้ไข แต่ไม่ควรนิ่งเฉยรอให้หมดสัญญาสัมปทานปี 2572 เพราะต้นทุนยังเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าไฟฟ้า และค่าซ่อมบำรุง

ส่วนกรณีกระแสข่าวการยุบสภา และจะทำให้การแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ล่าช้ามากกว่าเดิมนั้น ขอไปศึกษาให้ชัดเจนก่อน เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล แต่เรื่องหนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ยืดเยื้อจะต่อเนื่องไปยังรัฐบาลชุดใหม่แน่นอน และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็จะติดตัวไปยังผู้ที่ดำเนินการไม่ถูกต้องเช่นกัน

Back to top button