พรีวิวงบปี 65 กลุ่ม “ออริจิ้น” โกยกำไรทะลุ 5 พันล้าน BRI โตกว่าเท่าตัว!

พรีวิวงบปี 65 กลุ่ม “ออริจิ้น” โกยกำไรรวม 5.4 พันลบ. รายได้รวมกว่า 1.8 หมื่นลบ. พบ BRI กำไร 1.4 พันลบ. โตกว่าเท่าตัว! โบรกอนาคตเติบโตแกร่ง


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์ต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดปี 65 ของ 3 บริษัทในเครือ “ออริจิ้น” ประกอบด้วย บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI, บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI และบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าทั้ง 3 บริษัทในช่วงปี 65 จะมีกำไรเติบโตขึ้น จากยอดโอนที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะบริษัทแม่อย่าง ORI ดังนี้

โดยบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้น ORI คาดว่าธุรกิจหลักทั้งจะทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 65 แม้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ไตรมาส 3/64 จะทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ในหลายโครงการในปี 65 ต่ำกว่าเป้าหมายมาก แต่ยังมองว่า ORI จะสามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ในปี 65 ได้ในทุกมิติหลักซึ่งรวมถึงยอดขาย การโอนกรรมสิทธิ์ และกาไร โดยคาดยอดขายปี 65 จะเติบโตกว่า 30% เป็น 4 หมื่นล้านบาท จากความสำเร็จของโครงการใหม่

ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 65 จะเติบโตประมาณ 20% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากการโอน backlog ของโครงการร่วมทุนจำนวนมากและการเติบโตที่ดีของผลิตภัณฑ์แนวราบ และด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่จานวนมากและการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้นในปี 65 รายได้ส่วนแบ่งกำไรที่คาดจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบจากปีก่อนจะช่วยให้กำไรปี 65 ของ ORI เติบโต 19% เป็น 3.8 พันล้านบาท

ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น ORI จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 66-67 ขึ้น 3.7% และ 3.5% ตามลำดับ และจึงปรับราคาเป้าหมายปี 66 ขึ้นเป็น 13.90 บาท จาก 13.50 บาท แม้มูลค่าหุ้นในปัจจุบันจะอยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่ง โดยซื้อขายบน PER ปี 66 ที่ 7.1 เท่า และ Dividend Yield ที่ 5.7% แต่ความเสี่ยงขาขึ้นที่อาจเกิดขึ้นกับคาดการณ์กำไรในปัจจุบันของบล.กสิกรไทย จะนำความน่าสนใจมาให้กับหุ้น ทั้งนี้ประเมินมูลค่าการเปิดตัวใหม่ในปี 66 เพียง 3.3 หมื่นล้านบาท เทียบกับเป้าหมายที่เป็นไปได้ที่ 5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการใหม่ เพื่อขับเคลื่อนมูลค่าของ One Origin เช่นการได้มาซึ่งสินทรัพย์ใหม่และการจัดตั้ง REIT จะช่วยเพิ่มมูลค่าของ ORI ต่อไป ในขณะเดียวกัน การขยายไปยังกลุ่ม BOI และความสำเร็จของ Asset-backed Token จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มเติมแก่หุ้นในระยะกลางถึงระยะยาวในมุมมองของฝ่ายวิจัยฯ

ส่วน BRI นั้นบล.กสิกรไทย คาดว่าผลการดำเนินงานปี 65 จะสูงกว่าคาด แม้ว่าการขาดแคลนแรงงานและการจัดหาที่ดินสำหรับโครงการที่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4/65 จะล่าช้าเล็กน้อย ทำให้ BRI ปรับลดมูลค่าการเปิดตัวใหม่ในปี 65 เป็น 1.2 หมื่นล้านบาท จากแผนแรกที่ 1.34 หมื่นล้านบาท แต่กระแสตอบรับที่ดีจากโครงการใหม่ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ BRI สร้างยอดขายในปี 65 ได้สูงกว่าเป้าหมายที่ 1.1 หมื่นล้านบาทได้เล็กน้อย (ประเมินที่ 1.13 หมื่นล้านบาท)

นอกจากนี้ความสำเร็จของการเริ่มโครงการวมทุนสำหรับโครงการแนวราบในปี 65 (คาดว่าจะมี 7 โครงการ จาก 5 โครงการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 65 และจะเพิ่มขึ้นอีกในปี 66) จะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิในปี 65 เป็น 1.39 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 131% เมื่อเทียบจากปีก่อน และสูงกว่าประมาณการเดิมของเราที่ 1.08 พันลบ.ถึง 29% แม้ว่าเราคาด BRI จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ในปี 65 ที่ 7.25 พันล้านบาทได้จากปัญหาก่อสร้างที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BRI ราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 13.3 บาท และชอบ BRI จากแนวโน้มการเติบโตที่สูง และให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (DY) สูงกว่า 5.7%

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินเกี่ยวกับ PRI ว่า เป็นผู้ให้บริการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การให้บริการที่ปรึกษาและออกแบบวิศวกรรม บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนบริการหลังการขาย สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกด้านและทุกช่วงของการอยู่อาศัย ได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นที่ส่วนใหญ่ให้บริการเพียงด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงมีซินเนอร์ยี่จากกลุ่ม ORI ปัจจัยการเติบโตมาจากตลาดที่อยู่อาศัยที่ขยายตัว อีกทั้งภายหลัง IPO จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และเชื่อว่ามีโอกาสขยายธุรกิจใหม่เพื่อกระจายรายได้ดีขึ้น

พร้อมคาดผลประกอบการ 3 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ย 48% มีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้คาดเร่งตัว 43.1% CAGR ตามภาพรวมตลาดอสังหาฯ ที่เป็นบวก รวมถึงเดินหน้าเพิ่มฐานกลุ่มลูกค้าใหม่และมีโอกาสการขยายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายหลัง IPO คาดว่าบริษัทจะมีดีล M&A สร้าง Inorganic Growth ที่กลุ่ม PRI มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มสัดส่วนของธุรกิจต้นน้ำอย่างธุรกิจบริหารควบคุมงานก่อสร้างในปี 2565 สนับสนุนความสำเร็จของการเพิ่มรายได้และกระจายพอร์ตตามเป้าหมายธุรกิจระยะยาวที่มีบริการหลากหลาย นอกจากนี้ ผลของ Project Mixed จากการรับรู้ธุรกิจนายหน้าและธุรกิจใหม่ที่มาร์จิ้นดีในสัดส่วนที่สูงขึ้น จะหนุนอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้น ประเมินราคาเป้าหมายที่ 18.30 บาท

อนึ่ง ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขายพัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 121 โครงการ (ณ สิ้นปี 2565) รวมมูลค่าโครงการกว่า 185,555 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจให้บริการลูกบ้าน ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และ 4.ธุรกิจเมกะเทรนด์ระยะยาว กลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจเฮลท์แคร์ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจด้านการเงิน ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์ ฯลฯ เพื่อยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิตของผู้บริโภคแบบครบวงจร

ส่วน BRI เป็นผู้พัฒนาบ้านจัดสรรภายใต้วิสัยทัศน์ CRAFT a life you love พัฒนาทั้งบ้านเดี่ยว บ้านซีรีส์ใหม่ ทาวน์โฮม ครอบคลุมผู้บริโภคทุกเซ็กเมนท์ ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ 1.เบลกราเวีย (Belgravia) บ้านเดี่ยวลักชัวรี ระดับราคา 20-50 ล้านบาท 2.แกรนด์ บริทาเนีย (Grand Britania) บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับ High-End ราคา 8-20 ล้านบาท 3.บริทาเนีย (Britania) บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ระดับ Mid-end ราคา 4-8 ล้านบาท และ 4.ไบรตัน (Brighton) บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ระดับเริ่มต้น (Entry) ราคา 2.5-4 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2565 พัฒนาโครงการมาแล้วทั้งสิ้น 30 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการสะสม 36,449 ล้านบาท

ด้าน PRI เป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรชั้นนำของประเทศ มีประสบการณ์กว่า 11 ปี ปัจจุบัน ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจต้นน้ำ-บริการก่อนเข้าอยู่อาศัย อาทิ บริการที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง บริการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม งานโครงสร้าง งานโยธา และงานระบบ บริการจัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากร 2.กลุ่มกลางน้ำ-บริการการจัดการเพื่อการอยู่อาศัย อาทิ บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า อาคาร และสำนักงาน บริการอพาร์ตเมนท์แบบพรีเมียม บริการซื้อ-ขาย-ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และ 3.กลุ่มปลายน้ำ-บริการหลังการขายที่อยู่อาศัย อาทิ บริการแม่บ้านและช่าง บริการออกแบบและตกแต่งภายใน

Back to top button