“บล.กสิกรไทย” ชี้ BDMS จ่ายปันผล 0.65 บาท ตอกย้ำกระแสเงินสดแกร่ง

BDMS โชว์รายได้ไตรมาส 4/68 โตต่อเนื่อง ผู้ป่วยไทย-ต่างชาติหนุนเด่น พร้อมจ่ายปันผลรวม 0.65 บาทต่อหุ้น เป็นปกติ 0.40 บาทต่อหุ้น และมีปันผลพิเศษ 0.25 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง แม้กำไรอ่อนตัวเล็กน้อย แต่ยังรักษาความสามารถทำกำไรและอัตราเตียงฟื้นตัวต่อเนื่อง


บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า รายงานกำไรปกติไตรมาส 4/2568 ของ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS อยู่ที่ 3.7 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยราว 3% จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ต่ำกว่าคาดการณ์

ทั้งนี้ บริษัทบันทึกการประหยัดภาษีจำนวน 170 ล้านบาท และตั้งสำรองค่าใช้จ่ายพิเศษรวม 339 ล้านบาท ประกอบด้วย การตัดจำหน่ายสินทรัพย์โรงพยาบาลหาดใหญ่ 75 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทองคำพนักงาน 40 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายโครงการดูแลรักษาพยาบาลตลอดชีพ 229 ล้านบาท

สำหรับ BDMS ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 รวม 0.65 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นปันผลปกติ 0.40 บาท และปันผลพิเศษ 0.25 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 มีนาคม 2569

โดยกำไรปกติไตรมาส 4/2568 ลดลง 15% ทั้งเทียบไตรมาสก่อน (และเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมรายการสำรองค่าใช้จ่าย แต่ยังรวมการประหยัดภาษี กำไรปกติจะอยู่ที่ 4.0 พันล้านบาท ซึ่งยังลดลง 15% จากไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการหดตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะที่กำไรทั้งปี 2568 ลดลง 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมรายการสำรองค่าใช้จ่าย กำไรปกติทั้งปีเติบโต 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

รายได้รวมไตรมาส 4/2568 เติบโต 3.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และหากไม่รวมรายได้จากกัมพูชา จะเติบโต 6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจากการเติบโตของรายได้ต่างชาติขับเคลื่อนโดยผู้ป่วยจากเมียนมาเพิ่มขึ้น 43% กาตาร์ 22% และสหรัฐฯ 21% ขณะที่รายได้จากกัมพูชาลดลง 72% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 28% ของรายได้รวม เพิ่มจาก 26% ในไตรมาส 3/2568

จำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) เติบโต 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยโรงพยาบาลต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว มีการเติบโตดีกว่าโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ

อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.2% ปรับลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้อัตราการครองเตียงเพิ่มเป็น 64% จาก 62% ในไตรมาส 4/2567 แต่ยังไม่สามารถชดเชยค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ รวมถึงผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ที่ทำให้รายได้ลดลง ด้าน EBITDA margin อยู่ที่ 22.2% ลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมรายการสำรองค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 23.6% ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้ อยู่ที่ 19.7% หากไม่รวมสำรองค่าใช้จ่าย ปรับดีขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลประกอบการทั้งปี 2568 รายได้รวมเติบโต 3.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าเป้าหมายบริษัทที่ 4% ส่วน EBITDA margin ไม่รวมรายการสำรองค่าใช้จ่าย อยู่ที่ 24.2% ซึ่งอยู่ในกรอบล่างของเป้าหมายบริษัทที่ 24–25%

โดยคงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 20.80 บาท โดยมองว่ากำไรออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย และต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 10% อาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น อีกทั้งยังมีความกังวลต่อแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลง แม้บริษัทประกาศปันผลปกติ 0.40 บาทตามคาด และปันผลพิเศษ 0.25 บาทสูงกว่าคาด สะท้อนอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 3% อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นอ่อนตัวลงแล้วประมาณ 4% ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยประเมินว่ายังมีโอกาสปรับตัวลงต่อได้ โดยบริษัทมีกำหนดจัดประชุมนักวิเคราะห์ในวันที่ 4 มีนาคมนี้

Back to top button