“เอสแอนด์พี” หั่นเครดิต “เฟิร์สท์ รีพับลิค” ระดับขยะ

“เอสแอนด์พี” หั่นเครดิต “เฟิร์สท์ รีพับลิค” ระดับ “ไม่น่าลงทุน” โดยให้เหตุผลว่าการที่ธนาคาร 11 แห่งในสหรัฐฯ ตกลงอันฉีดเงินฝาก 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ไม่น่าจะสามารถแก้ปัญหาสภาพคล่อง


เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ ธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค (First Republic Bank) ลงสู่ระดับ “ไม่น่าลงทุน” โดยให้เหตุผลว่า การที่ธนาคาร 11 แห่งในสหรัฐฯ ตกลงอันฉีดเงินฝาก 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ไม่น่าจะสามารถแก้ปัญหาสภาพคล่องของธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค ได้

โดยเอสแอนด์พีได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 3 จะระดับ B+ สู่ BB+ พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่ามีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถืออีกครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิคต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการขาดสภาพคล่องสูงและการไหลออกเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ทำให้ธนาคารมีความต้องการเงินฝากมากขึ้น และต้องกู้เงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟด เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธนาคารต้องงดจ่ายปันผล

อย่างไรก็ดี เอสแอนด์พีมองว่าการอัดฉีดเงินฝากจะช่วยลดแรงกดดันจากสภาพคล่องในระยะสั้นได้ แต่อาจไม่เพียงพอที่จะสามารถแก้ปัญหาทางธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็น สภาพคล่อง เงินทุน และความท้าทายในการทำกำไรที่ธนาคารกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

โดยการปรับลดความน่าเชื่อถือของธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิคเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 มีนาคม) ถือเป็นการหั่นความน่าเชื่อถือครั้งที่ 2 ในรอบ 4 วัน โดยก่อนหน้านี้ ระดับความน่าเชื่อถือของเฟิร์สท์ รีพับลิคอยู่ที่ A-

ทั้งนี้ การล่มสลายของ ธนาคาร ซิลิคอน วัลเลย์ (SVB) และธนาคารซิกเนเจอร์ ได้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้ ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและสภาพคล่องของธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิคมีเพิ่มขึ้น แม้ธนาคารจะพยายามสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและผู้ฝากเงินก็ตาม

ด้าน ธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค ก็ได้ออกแถลงการณ์หลังเอสแอนด์พีปรับลดความน่าเชื่อถือของธนาคารว่า เงินฝากใหม่ที่กลุ่มธนาคารทั้ง 11 แห่งช่วยระดมฝากระยะสั้นให้กับธนาคาร ผนวกกับเงินสดที่มีอยู่ในมือของธนาคาร สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารยังสามารถควบคุมสภาพของเงินฝากให้ระยะสั้นได้ดี

เมื่อวันพฤหัสบดี (16 มีนาคม 2566) ที่ผ่านมา ธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 4 แห่งของสหรัฐฯ ได้แก่ พีเจ มอร์แกน, เชส แบงค์ ออฟ อเมริกา, ซิตี้แบงค์กรุ๊ป และ เวลส์ ฟาร์โก ได้อัดฉีดเงินฝากในธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิคร่วมกันกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่อีก 7 ธนาคารฝากเงินเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค ปรับตัวลงกว่า 32% ในวันศุกร์ สู่ระดับ 23.03 ดอลลาร์ สะท้อนถึงความกังวลว่ามีโอกาสที่ธนาคารจะเผชิญปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย

แหล่งที่มา : Reuters

Back to top button