เปิด 9 หุ้นโลจิสติกส์ตัวท็อป! โชว์กำไร Q1 โตเด่น

เปิดรายชื่อ 9 หุ้นโลจิสติกส์! B-BEM-PRM-NYT-DMT-MENA-III-TSTE-KWC โกยกำไรไตรมาส 1/66 โตแกร่ง ชู B-BEM-PRM เด่นสุดกำไรทะลักเกิน 100%


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลหลักทรัพย์ กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) ที่ประกาศงบการเงินไตรมาส 1/66 มานำเสนอ เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัว ตามกิจกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 1/66 ออกมาเติบโตอย่างโดดเด่น โดยครั่งนี้คัดเลือกหุ้นมีกำไรเติบโตมากสุดไปหาน้อยสุด ได้แก่ B-BEM-PRM-NYT-DMT-MENA-III-TSTE-KWC ดังตารางประกอบดังนี้

อันดับ 1 บริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 5.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,206.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 0.43 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานมีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีกำไรจากการแบ่งส่วนกำไรจากบริษัทร่วม ซึ่งได้แก่ บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด และ บริษัท ซีพีเอส ชิปปิ้ง แอนด์โลจีสติกส์ จำกัด จำนวนรวม 25.25 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนจำนวน 18.73 ล้านบาท

อันดับ 2 บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 749.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 336.16 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการให้บริการ 4,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 3,094 ล้านบาท โดยรายได้หลักของบริษัทเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ ขณะที่การแพร่ระบาดของโควิค-19 ยังคงมีอยู่

ด้านนายธนาวัฒน์ วรรณดิษฐ์ ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ BEM เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2566 จะต่ำกว่าไตรมาส 1/2566 เล็กน้อย เนื่องจากเดือน เม.ย.ของทุกปีจะมีวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปริมาณการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าก็จะลดลงกว่าไตรมาส 1 ตามฤดูกาล แต่ผลประกอบการจะสูงกว่าช่วงไตรมาส 2/2565 แน่นอน เพราะช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ไทยยังไม่เปิดประเทศ และเริ่มเปิดประเทศอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน ก.ค. 2565

อันดับ 3 บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 577.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.78% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 273.81 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีรายได้รวม 2,100.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,474.40 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/66 บริษัทคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจเรือขนส่งในประเทศที่ได้รับผลดีจากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และมีปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นตามการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันหยุดยาว และธุรกิจ Offshore Support ที่มีข่าวดีจากการที่เรือ AWB หรือเรือโรงแรมลอยน้ำในกลุ่มนี้ได้เริ่มเข้างานภายใต้สัญญาฉบับใหม่ ในขณะที่ธุรกิจ FSU และธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศยังคงสามารถรักษาระดับการใช้งานเรือให้อยู่ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่แผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากสัญญาณภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเชื้อเพลิงภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น

อันดับ 4 บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 105.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 55.35 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีรายได้รวมจำนวน 434.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ23.2 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือเพื่อขนถ่ายสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่อง สำหรับงวดปัจจุบันมีมูลค่าเท่ากับ 338.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.5 จากปีก่อน สาเหตุหลักจากสถานการณ์โควิด-19 และการขาดแดลนไมโครชิปที่คลี่คลายลง ทำให้ตลาดการส่งออกรถยนต์ฟื้นตัวกลับขึ้นมา โดยปริมาณรถยนต์ผ่านท่งวดปัจจุบัน เพิ่มขึ้น 45,531 คันหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.4 กอปรกับการที่ลูกค้าใช้พื้นที่ลานพักสินค้าเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณรถนำเข้าและส่งออกที่เพิ่มขึ้น

อันดับ 5 บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 253.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 144.20 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ค่าผ่านทาง 576.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ค่าผ่านทาง 355.30 ล้านบาท โดยมีปริมาณจราจรโดยเฉลี่ยต่อวันรวม 107,655 คัน ปรับเพิ่มขึ้น 58%

โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2566 เติบโตมากกว่า 30% จากปีก่อน โดยคาดการณ์ปริมาณการจราจรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 110,000 คันต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีปริมาณการจราจรเฉลี่ยอยู่ที่ 85,000 คันต่อวัน โดยจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณจราจรในไตรมาส 1/66 ที่ผ่านมา บริษัทได้ติดตามอย่างใกล้ชิด พบว่ายังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเกิดจากความมั่นใจในการออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน และประกอบกิจการ รวมถึงการเปิดภาคการศึกษา ซึ่งทำให้กิจกรรมการเดินทางนั้นสูงขึ้นตามไปด้วย

อันดับ 6 บริษัท มีนาทรานสปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ MENA รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 15.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.57% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 8.82 ล้านบาทจำนวน 6.4 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีแผนธุรกิจและกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน ขณะที่การให้บริการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยบริษัทจะรักษามาตรฐานการให้บริการและเคียงคู่ลูกค้าเพื่อให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

โดยในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากค่าขนส่งและรายได้จากการขายสินค้ารวมทั้งสิ้น 193.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ต่อไตรมาสที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มประกอบการ บริษัทยังมีแผนขยายงานขนส่งตลอดทั้งปีจากการเพิ่มฟลีทรถ และการบริหารฟลีทที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด

ทั้งนี้บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันบริษัทจะใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการธุรกิจโลสติกส์ ในการบริหารจัดการตันทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อทำให้กำไรเติบโตไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของรายได้

อันดับ 7 บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 149.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 112.73 ล้านบาท แม้ว่าเผชิญกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวส่งผลให้การส่งออกของไทยหดตัวกว่า 4.5% และค่าระวางขนส่งสินค้าทางอากาศและทางทะเลที่หดตัวกว่า 45% และ 80% ตามลำดับ จากระดับที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 1/65

บริษัทสามารถรักษาอัตราเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาตลอด 8 ไตรมาส และสร้างนิวไฮหลายครั้งท่ามกลางวิกฤติสถานการณ์โควิด-19 อีกทั้งโดยทั่วไปในช่วงไตรมาสแรกของปีจะเป็นช่วงโลว์ซีซัน ด้านปริมาณการส่งออก-นำเข้าสินค้าระหว่างประเทศ และถ้าเทียบกับไตรมาส 4/65 ซึ่งมีตัวเลขนิวไฮของผลกำไร 427.2 ล้านบาท จากรายการพิเศษกำไรที่ได้จากการเข้าซื้อกิจการ (one time) เป็นจำนวน  321.7 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 66 จะเห็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งด้านปริมาณการขนส่งที่จะปรับเพิ่มขึ้นหลังพ้นช่วงโลว์ซีซัน อีกทั้งการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบของจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศมีความต้องการพื้นที่ระวางขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ผลักดันให้อัตราค่าระวางปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับกลไกตลาด

อันดับ 8 บริษัท ไทยชูการ์ เทอร์มิเนิ้ล จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 50.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 45.96 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้จากการขาย ไตรมาส 1/66 จำนวน 02.63 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 65 ในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นจำนวน 141.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.76 รายได้จากการขายที่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับไตรมาส ช่วงระยะเวลาเดียวกันเกิดจากบริษัท ที เอส ฟู้ด โฮลดิ้ง จำกัด(บริษัทย่อย) ได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เนเจอร์ เบสท์ฟู้ด จำกัด ในไตรมาส 3 ปี 2565 ทำให้บริษัทรับรู้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สาหร่ายจำนวน 76.25 ล้านบาท

อันดับ 9  บริษัท กรุงเทพโสภณ จำกัด (มหาชน) หรือ KWC รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/66 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.66 มีกำไรสุทธิ 21.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.01% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 21.76 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 1/66 รายได้ค่าเช่าอยู่ที่ 10.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 9.45 ล้านบาท และรายได้ค่าเก็บรักษาสินค้าและเอกสารไตรมาส 1/66 อยู่ที่ 65.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 57.38 ล้านบาท

Back to top button