SINO เทรดสนั่น! ลุ้นวิ่งแตะเป้า 2.30 บาท ชูผู้นำ “โลจิสติกส์” ครบวงจร

SINO พร้อมเทรดวันนี้ ชูจุดเด่นผู้ให้บริการ “โลจิสติกส์” ระหว่างประเทศครบวงจร ระดมทุน 336 ล้านขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยมี “เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี” เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ก.ย.66) หลักทรัพย์ บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO จะเข้าจดทะเบียนและทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก ในกลุ่มบริการ หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

ทั้งนี้ SINO มีจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วหลัง IPO 1,040 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเดิม 800 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 240 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท รวมทุนจดทะเบียนชำระแล้วหลัง IPO 520 ล้านบาท โดยเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนจำนวนรวม 292 ล้านหุ้น

ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุน 240 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมของนายเถิ่งฟ้ง เหยิ่ง 52 ล้านหุ้น ให้แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้มีอุปการคุณ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทย่อย ในระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน ในราคาหุ้นละ 1.40 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 336 ล้านบาท และมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,456 ล้านบาท โดยมี บจก. เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บมจ. หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SINO เปิดเผยว่า บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่หุ้น SINO ได้เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าการนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับขับเคลื่อนบริษัทให้ก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำการให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศอย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน

โดยจะใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ จากแผนลงทุนขยายพื้นที่บริการรับฝากตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ รวมถึงลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจภายในประเทศและกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน และส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวของ SINO ต่อไป

ทั้งนี้ SINO มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือ กลุ่มวิทยศักดิ์พันธ์ ถือหุ้น 25.00% กลุ่มลีลาวัฒนพณิช ถือหุ้น 22.73% กลุ่มนายเถิ่งฟ้ง เหยิ่ง 10.16% และกลุ่มกฤษเจริญ 9.09%

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ในแต่ละปี รวมถึงภาระผูกพันตามเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ ทั้งนี้ บริษัทอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลแตกต่างไปจากนโยบายที่กำหนดไว้ได้ โดยจะคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและบริษัทเป็นหลัก

สำหรับ SINO เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศครบวงจร (Integrated Logistics Services) ครอบคลุมการให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight Forwarder) ทางทะเล ทางอากาศ และการขนส่งต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั่วโลก รวมถึงการให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คลังสินค้าให้เช่า การขนส่งทางบก และพิธีการศุลกากร เป็นต้น

โดยบริษัทมีความชำนาญในเส้นทางการขนส่งทางทะเลไปยังโซนอเมริกาเหนือ ซึ่งสร้างรายได้หลัก 76% ของรายได้จากการให้บริการรวมในปี 2565 ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจโลจิสติกส์มามากกว่า 24 ปีของผู้บริหาร รวมไปถึงศักยภาพในการจัดหาระวางเรือเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วภายใต้ต้นทุนที่คุ้มค่า ทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขัน และขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ด้านบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย), จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินราคาเหมาะสมของราคาหุ้น SINO อยู่ที่ 1.95 – 2.30 บาทต่อหุ้น

โดยสะท้อนถึงพื้นฐานการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนการดำเนินกลยุทธ์สร้างการเติบโตจากแผนขยายธุรกิจ Sea Freight ร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับกิจกรรมการผลิตของฐานลูกค้าเดิม การขยายตู้บรรจุของเหลว ISO Tank และการขยายพื้นที่รับฝากตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ ที่จะช่วยส่งเสริมการให้บริการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ประเมินราคาเหมาะสมที่ 2.30 บาท อิง PE ที่ 17.0 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม Freight forwarder ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (WICE, SONIC, LEO) ตั้งแต่ปี 61-66 ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ก่อนและหลังโควิด-19 กำไรของผู้ประกอบการทั่วโลกคาดหดตัวเฉลี่ย 47.8% เทียบกับปีก่อน ในปี 66 บางบริษัทยังหดตัวต่อในปี 67 แต่ SINO ฟื้นตัวได้เร็วกว่าจากความแตกต่างขอตลาดและการกระจายแหล่งรายได้

โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 63-65) รายได้และกำไรสุทธิโตก้าวกระโดดเฉลี่ย 169.0% และ 429.2% ตามค่าระวางเรือดอนเทนเนอร์ที่พุ่งสูงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 คาดกำไรปี 66 หดตัว 79.4% จากปีก่อน ตามทิศทางของอุตสาหกรรม โดยเชื่อว่าบริษัทจะผ่านจุดต่ำสุดในครึ่งแรกของปีนี้ และฟื้นตัว 47.7% เทียบกับปีก่อน ในปี 67 ฟื้นเร็วกว่ากลุ่มจากจุดแข็งที่ให้บริการเส้นทางอเมริกาเหนือซึ่งเป็นเส้นทางหลักของบริษัท มีการแข่งขันด้านราคาน้อยกว่าเส้นทางเอเชีย เห็นได้จากค่าระวางเรือที่เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าหุ้นอิงจากค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง ของบริษัทที่ทำธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย WICE, LEO,SONIC, SJWD, MENA และ KIAT โดยคำนวนค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง 1 ปี Discount 1 S.D. สะท้อนค่าระวางเรือที่ลดลงในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้ PBV 1.95 เท่า จึงให้ราคาเหมาะสมปี 66 ที่ 2.28 บาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด ประเมินราคาเหมาะสมที่ 2.20 บาท คาดกำไรสุทธิปี 66 ลดลง 81% สอดคล้องกับตัชนีค่าระวางเรือดอนเทนเนอร์เหลือ 134 ล้านบาท ก่อนกลับมาเติบโตแรงในปี 67 ประมาณ 60% เป็น 215 ล้านบาท หนุนโดย 1) ปริมาณขนส่งตู้ดอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้น และ 2) รายได้เพิ่มขึ้นจากบริการใหม่ๆ เช่น ตู้บรรจุของเหลว (ISO tank container) และบริการรับฝากตู้สินค้าคอนเทนเนอร์

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ราคาเหมาะสมที่ 2.20 บาท อิง PER ที่ 17 เท่า เทียบกับธุรกิจขนส่งทางเรือ ทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 2.10 บาท ด้วยวิธี PE ที่ 17 เท่า (อ้างอิงจากจากค่าเฉลี่ย PE ของบริษัทธุรกิจใกล้เคียงกัน ได้แก่ WICE, LEO และ NCL, Fig1) โดย SINO ดำเนินธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศอย่างครบวงจร (ทางทะเล ทางอากาศ ทางบก คลังสินค้า และงานบริการโลจิสติกส์ มีจุดเด่นจากการเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลเส้นทาง ไทย-สหรัฐอเมริกา อันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 เมื่อเทียบกับบริษัทสัญชาติไทยด้วยกัน ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มฟื้นตามค่าระวางเรือ คาดกำไรสุทธิครึ่งปีหลังนี้ถึงปี 67 ฟื้น 56% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 47% จากปีก่อน ตามลำดับ

บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาพื้นฐานที่ 2.10 บาท โดยจุดเด่นคือการบริการขนส่งทางทะเลที่เน้นเส้นทางเดินเรือขนส่งระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งครองสัดส่วนมากกว่า 90% ของรายได้จากการขนส่งทางทะเลทั้งหมด

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินราคาเหมาะสมที่ 2.02 บาท พร้อมผลประกอบการปี 66 อ่อนตัว ก่อนจะพลิกกลับมาเติบโตในปี 67 จากแรงหนุนในการขยายเส้นทางไปยังประเทศมาเลเซีย

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ประเมินราคาเหมาะสมที่ 1.95 บาท คาดการขยายธุรกิจของบริษัททั้งในบริการเดิม และโครงการใหม่ๆ เช่น คลังสินค้าให้เช่า และโครงการท่านาแล้งในลาวที่บริษัทได้มีการลงนาม MoU กับผู้พัฒนาโครงการ จะช่วยให้ผลประกอบการของบริษัทกับมาเติบโตได้ 30% จากปีก่อน สู่ระดับ 166 ล้านบาทในปี 67 นอกจากนี้ บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีสถานะเป็น net cash

Back to top button