โบรกแนะซื้อ ATP30 เป้า 1.84 บาท รับต้นทุนลด-ลูกค้าเพิ่ม หนุนกำไร Q3 โตเท่าตัว

บล.โกลเบล็ก คาด  ATP30 ครึ่งปีหลังฟื้นตัว หลังมีลูกค้าฝหม่เพิ่ม 5 ราย เพิ่มรถให้บริการจำนวน 51 คัน ขณะที่คาดรายได้ไตรมาส 3/66 แตะ 167 ล้านบาท มีค่าปรับปรุงสภาพรถ-ราคาน้ำมันลดลง ดันกำไรไตรมาส 3/66 แตะ 11.4 ล้านบาท โต 106% แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 1.84 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า โดยจากช่วงปลายเดือนมิ.ย. 66 ที่ผ่านมา บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 มีจำนวนรถที่ให้บริการรวม 697 คัน เพิ่มขึ้นจาก 692 คัน ณ สิ้นปี 65 ทั้งนี้ทำให้ประเมินผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวจากครึ่งปีแรกที่มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสภาพรถและค่าใช้จ่ายพิเศษ โดยเนื่องจากมีลูกค้าใหม่เพิ่ม 5 ราย พร้อมทั้งเริ่มให้บริการรวมจำนวนรถกว่า 51 คัน แบ่งเป็นการให้บริการรถบัส VIP ให้เช่า จำนวน 2 คัน แก่ บริษัท อาร์พี ทรานสปอร์ตเทชั่น จำกัด

รวมถึงการให้บริการรับส่งพนักงานอีก 4 ราย ได้แก่ บริษัท ฝาจีบ จำกัด (มหาชน) หรือ CSC ให้บริการรถบัส 6 คัน, บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ WD ให้บริการรถบัส 21 คันและรถบัสไฟฟ้า 1 คัน,  บริษัท จีซี-เอ็ม พีทีเอ จำกัด หรือ GC-M PTA ให้บริการรถตู้ 9 คัน และ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ SKC ให้บริการรถบัส 2 คัน และรถตู้ 10 คัน คาดจะหนุนรายได้ในช่วงไตรมาส 3/66 เติบโตที่ระดับ 167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ขณะเดียวกันด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ระดับ 19% เพิ่มขึ้นจากในไตรมาส 2/66 ที่อยู่ระดับ 16.7% และเพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาส 3/65 ที่อยู่ระดับ 15.3% อานิสงส์มาจากค่าใช้จ่ายการปรับปรุงสภาพรถและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวลดลง เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

โดยผลดังกล่าวทำให้ฝ่ายนักวิเคราะห์ประมาณการกำไรในไตรมาส 3/66 ของ ATP30 จะเติบโตเพิ่มขึ้นราว 11.4 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นแตะระดับ 106% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งยังคาดการณ์ว่าแนวโน้มรายได้จากการให้บริการในไตรมาส 4/66 จะเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้ารายใหม่ที่เริ่มบริการตั้งแต่ช่วง 1 ต.ค.66

ทั้งนี้ฝ่ายนักลลลลวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 1.84 บาท ซึ่งปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 67 ซึ่งปรับลด Prospect ลดิมที่ระดับ 30 เท่าเหลือ 27 เท่า เพื่อให้สอดคล้องกับค่า P/E เฉลี่ยที่ลดลงโดยประมาณกำไรต่อหุ้นในปี 67 ได้เท่ากับ 0.07 บาท

Back to top button