ADVANC บุ๊กพิเศษ-ค่าใช้จ่ายลด ดันกำไร Q3 โต 35%

ADVANC รายงานกำไรไตรมาส 3/66 ที่ระดับ 8.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน ส่วนงวด 9 เดือนมีกำไร 2.2 หมื่นล้านบาท โต 18% จากปีก่อน เนื่องจากมีบันทึกรายการพิเศษขายเงินลงทุนในแรบบิทไลน์เพย์ รวมถึงค่าใช้จ่ายลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน


บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกของปี 66 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 3 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้การให้บริการหลัก รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่ลดลง และการควบคุม ค่าใช้จ่ายในการตลาด ซึ่งหลังจากหักรายการพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในแรบบิทไลน์เพย์ จำนวน 434 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,713 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 และ 7.4 เมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาส ก่อนตามลำดับ

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVANC กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีการขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกทั้งผลกระทบต่อด้านความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หรือแม้แต่สถานการณ์วิกฤตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการบริโภคและการใช้จ่ายเดินทางของชาวจีนที่ลดลง ทำให้ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเราต้องปรับวิธีการทำงานอยู่ตลอดเวลา

โดยเร่งพัฒนาโครงข่ายให้มีความอัจฉริยะสามารถตอบสนองการใช้งานได้แบบเรียลไทม์ มีความเข้าใจลูกค้าแบบ Personalization มากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้ AIS ทำผลการดำเนินงานออกมาได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ จากตัวเลขรายได้และกำไรที่มีการเติบโตขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับผลประกอบการของ ADVANC ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 ทำรายได้รวมอยู่ที่ 46,069 ล้านบาท ลดลง 0.4% จากปีก่อน แต่เติบโต 2.9% จากไตรมาสก่อน ทางด้านกำไรสุทธิที่ระดับ 8,146 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 35% จากปีก่อน และ 13% จากไตรมาสที่ผ่านมา สำหรับกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เท่ากับ 23,674 ล้านบาท เติบโต 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่งวด 9 เดือน มีรายได้รวม 137,555 ล้านบาท เติบโต  0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิที่ระดับ 22,084 ล้านบาท เติบโตขึ้น 18% โดยมีผลการดำเนินงานแยกตามรายธุรกิจดังนี้

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำรายได้เติบโตขึ้น 0.7% จากปีก่อน โดยมีผู้ใช้บริการ 5G รวมแล้วกว่า 8.5 ล้านราย เติบโตขึ้นถึง 54% จากปีก่อน อีกทั้งโครงข่าย AIS 5G ยังคงครองตำแหน่งผู้นำเครือข่ายมือถือ 5G ถึงมาตรฐานและคุณภาพสัญญาณของเครือข่ายที่เร็วที่สุดในไทย จาก Ookla® ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่มีผู้นิยมใช้งานทั่วโลก

ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ที่ 19% จากปีก่อน และเติบโตต่อเนื่อง 5.8% จากไตรมาสก่อนด้วยเช่นกัน ด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพของโครงข่ายเน็ตบ้านและการให้บริการที่เหนือกว่า ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบ้านของลูกค้าทุกรูปแบบตามเป้าหมาย Digital Experience for Thais ทำให้ AIS Fibre ได้รับความไว้วางใจมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 52,000 รายต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนและมีฐานลูกค้ารวมกว่า 2.38 ล้านราย

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร เติบโต 14% จากไตรมาสก่อน และ 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจในการนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง พร้อมโซลูชันและบริการด้านดิจิทัล อาทิ ICT  คลาวด์ Data Center เข้าเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมหลักทั้ง Smart Manufacturing, Smart Property & Retails และ Smart Transportation & Logistics ตอกย้ำเป้าหมายสร้างการเติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน

นายสมชัย กล่าวเสริมว่า ภายใต้การขับเคลื่อนเป้าหมาย Cognitive Tech-Co เรายังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนการดำเนินงานที่ 27,000-30,000 ล้านบาท โดยมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับโครงข่ายอัจฉริยะ ที่จะเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในฐานะผู้นำตลาดตัวจริง ที่จะนำไปสู่การส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง

Back to top button