WHA ย้ำปีนี้ยอดขายที่ดิน “ออลไทม์ไฮ” แตะ 2,750 ไร่

WHA ย้ำปีนี้ยอดขายที่ดิน “ออลไทม์ไฮ” แตะ 2,750 ไร่ พร้อมคงเป้า EBITDA Margin โตกว่า 40% ตามยอดโอนที่ดินลูกค้าไทย-เวียดนามพีกสุดไตรมาส 4/66 ส่วนปีนี้ตั้งงบลงทุน 1.33 หมื่นล้านบาท ลุยลงทุนเต็มสูบทั้ง 4 ธุรกิจ


นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/66 มีกำไรสุทธิ 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141% เทียบไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 259 ล้านบาท โดยรายได้รวมไตรมาส 3/66 อยู่ที่ 2,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 2,201 ล้านบาท เนื่องจากมีการโอนที่ดินและธุรกิจโรงไฟฟ้าปรับตัวดีขึ้นมาก ส่งผลให้งวด 9 เดือนปี 2566 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,012 ล้านบาท โต 67% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 1,204 ล้านบาท และรายได้รวม 9 เดือนปี 2566  อยู่ที่ 8,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 6,570 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 2566 4 กลุ่มธุรกิจมีดังนี้ 1.กลุ่มโลจิสติกส์ผลงานการดําเนินงานเติบโตอย่างโดดเด่นบริษัทฯได้มีการลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน / คลังสินค้าสําเร็จรูปเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 81,196 ตารางเมตร ขณะเดียวกันบริษัทฯยังมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงรวม 142,255 ตารางเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีที่ 100,000 ตารางเมตร โดยปัจจุบันบริษัทฯมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารทั้งหมด 2,845,132 ตารางเมตรโดยตั้งเป้าสิ้นปี 2566 มีสินทรัพย์ภายใต้กรรมสิทธิ์และการบริหารรวมทั้งสิ้น 2,900,000 ตารางเมตร

2.ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรม 13 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม คิดเป็นพื้นที่รวม 71,800 ไร่  โดยงวด 9 เดือนแรก 2566 บริษัทมียอดขายที่ดินจำนวน 2,032 ไร่ ขณะเดียวกันมียอด MOU รวม 991 ไร่ แบ่งเป็นไทย 561 ไร่ และเวียดนาม 430 ไร่  และมียอดขายที่ รอการโอนกรรมสิทธิ์(Backlog) ให้กับลูกค้ากว่า 1,493 ไร่ แบ่งเป็นไทย 1,252 ไร่ และเวียดนาม 241 ไร่ โดยปรับเป้าทั้งปี 2566 แตะ 2,750 ไร่ จากเดิม 1,750 ไร่

3.ธุรกิจสาธารณูปโภค และพลังงาน มีการเติบโตต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจสาธารณูปโภคบริษัทฯมีปริมาณยอดขาย และบริหารน้ำทั้งในประเทศ และต่างประเทศรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 เท่ากับ 117 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยตั้งเป้าปี 2566 จะมีปริมาณยอดจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรม น้ำมูลค่าเพิ่ม และปริมาณการบำบัดน้ำเสียในประเทศไทยและเวียดนามรวมทั้งหมด 168 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนธุรกิจพลังงานงาน 9 เดือนแรกบริษัทฯมีจำนวนเซ็นสัญญาโครงการ Private PPA สะสมจำนวน 179 เมกะวัตต์ และมีกําลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ประมาณ 104 เมกะวัตต์ ส่งผลให้มีกําลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ราว 730 เมกะวัตต์

4.ธุรกิจดิจิทัล WHA Group ยังคงเดินหน้าภารกิจ “Mission To The Sun” ซึ่งมี9 โครงการ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ สู่การยกระดับการพัฒนาองค์กร และบุคลากรของบริษัทฯ มุ่งสู่การเป็น Technology Company ในปี 2567

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 66 ด้านรายได้มีโอกาสลุ้น All Time High ซึ่งคาดว่าจะเติบโตตัวเลขสองหลักหรือประมาณ 10% และคง EBITDA Margin มากกว่า 40% ตามธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม หลังจากปรับเป้ายอดขายที่ดินทั้งในไทยและเวียดนามปี 66 จากเดิม ซึ่งคาดว่าจะทำได้ตามเป้าและยอดขายที่ดินในปี 66 มีโอกาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ยังมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาซึ่งอาจทำให้ยอดขายปีหน้าลุ้นยอดขาย All Time High ได้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ปี 66 บริษัทสามารถรักษาระดับ EBITDA Margin ได้ดี จากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมซึ่งบริษัทได้ปรับราคาขายที่ดินขึ้นมาพอสมควร และในไตรมาส 4/66 มีลูกค้าที่เซ็นสัญญาเตรียมรอโอนในไตรมาส 4/66 ทั้งในไทยและเวียดนามเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่ายอดส่งมอบที่ดินจะพีคในไตรมาสนี้

ส่วนปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ 13,300 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้ในปีนี้ทั้งหมด แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ 4,400 ล้านบาท และเร็วๆนี้บริษัทเตรียมลงทุนในโครงการหนึ่งแห่งที่ฮานอย ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เช่าอีก 35,000 ตร.ม. และยังมีโครงการใน Pipeline ที่รอเซ็นสัญญาอีก ส่วนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม 5,400 ล้านบาท,กลุ่มสาธารณูปโภค และพลังงาน 3,300 ล้านบาท และกลุ่มดิจิทัล 200 ล้านบาท

ด้านประเด็น Water Supply ไม่เพียงพอต่อลูกค้า EEC หลายราย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า PCB ซึ่งมีความต้องการใช้ปริมาณน้ำค่อนข้างสูง โดยบริษัทได้ปรึกษาทั้งรัฐบาลและเลขา EEC ถึงประเด็นดังกล่าว ขณะเดียวกันบริษัทยังมีพื้นที่นิคมที่ จ.สระบุรี ซึ่งสามารถทำพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทางให้กับกลุ่มดังกล่าวได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดคลอง สามารถนำน้ำมาบริหารจัดการได้โดยตรงและโควต้าน้ำค่อนข้างมากซึ่งมั่นใจว่ะมีปริมาณน้ำเพียงพอต่อความต้องการ

Back to top button