GUNKUL แย้มไตรมาส 4 โตต่อ รับรู้รายได้โรงไฟฟ้า ดันทั้งปีทะยาน 15% ตามเป้า

GUNKUL ส่งซิกผลงานไตรมาส 4/66 เติบโตต่อเนื่อง รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และโครงการ EPC ใหม่ๆ ผลักดันผลประกอบการเติบโต 15% ตามเป้าหมาย


นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 24 พ.ย.66 ว่า ในช่วงไตรมาส 3/66 บริษัทมีกำไรสุทธิ 426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% จากการดำเนินธุรกิจหลักที่ดีขึ้น ทั้งในส่วนของธุรกิจการขาย ธุรกิจก่อสร้าง รวมถึงปริมาณการผลิตไฟฟ้า โครงการพลังงานลมเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ และบริษัทยังพร้อมเดินหน้าประมูลโครงการพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณากำไรจากการดำเนินงานตามปกติของกิจการ โดยไม่นับรวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงส่วนได้ส่วนเสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้า กำไรจากตราสารอนุพันธ์ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิและขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุน

สำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์ม ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งอยู่ในแผนการดำเนินการของบริษัทฯ คาดว่าโครงการแรกจะมีการจ่ายไฟฟ้าได้ในปี 2569

โดยบริษัทฯ มีความมั่นใจในศักยภาพและภาพรวมธุรกิจในอนาคตว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ที่ดำเนินการอยู่ในทุกภาคส่วน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเติบโตของประเทศ และเทรนด์ธุรกิจด้านพลังงานในอนาคต ซึ่งปีนี้ยังเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 15%

พร้อมกันนี้ บริษัทวางงบลงทุน 5 ปี (ปี 67-71) กว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจทุกภาคส่วน โดยใช้เงินในส่วนทุนของบริษัทประมาณ 8,000 ล้านบาท

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 4/66 คาดการณ์ว่าจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ที่ดำเนินการอยู่ในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นรายได้หลักที่มีเข้ามาสม่ำเสมอ และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเติบโตของประเทศ และเทรนด์ธุรกิจด้านพลังงานในอนาคต

นอกจากนี้ยังทยอยรับรู้รายได้ในอนาคตจากโครงการใหม่ๆ และจากงานรับเหมาและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) ที่ปัจจุบันมีงานอยู่ในมือ (Backlog) กว่า 6,000 ล้านบาท และมีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ๆ เพิ่ม จึงทำให้มั่นใจว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ปี 66 จะเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 15%

ด้านธุรกิจการขาย ธุรกิจก่อสร้าง รวมถึงปริมาณการผลิตไฟฟ้า โครงการพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 เดือน และ 9 เดือนที่ผ่านมาแม้บริษัทฯ จะถือสัดส่วนเพียง 50% แต่ยังสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ โดยกำไรจากการดำเนินงานตามปกติของกิจการ ไม่นับรวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงส่วนได้ส่วนเสียในบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้า กำไรจากตราสารอนุพันธ์ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิและขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุน

Back to top button