AHC จับมือ “รพ.ไอดี” เปิดตัวนวัตกรรม “Wellness & Plastic Surgery”

AHC จับมือ Id Hospital โรงพยาบาลศัลยกรรม TOP 5 ในเกาหลีใต้เปิดตัวนวัตกรรม “Wellness & Plastic Surgery” เตรียมให้บริการไตรมาส 1/67 มุ่งยกระดับการรักษาและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการพร้อมปรับโครงสร้างธุรกิจก้าวสู่ Smart Hospital ในอนาคต


นายสิริพจน์ มาโนช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร บริษัท โรงพยาบาลเอกชล จำกัด (มหาชน) หรือ AHC โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกใน จ.ชลบุรี ให้บริการสุขภาพทั้ง 4 ด้านครบวงจร ได้แก่ บริการตรวจรักษาโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพ ป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลเอกชลได้ลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลไอดี “Id Hospital” โรงพยาบาลศัลยกรรมที่มีชื่อเสียงติดอันดับ TOP 5 ในประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวแผนกนวัตกรรมสุขภาพและความงามครบวงจร (Wellness & Plastic surgery)

ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ทางการแพทย์ในด้านการทำศัลยกรรมพลาสติก (Plastic Surgery) พร้อมให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อช่วยในการตัดสินใจแก่ผู้สนใจในการทำศัลยกรรม รวมถึงร่วมดูแลการทำศัลยกรรมตกแต่งอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด การผ่าตัด และดูแลหลังผ่าตัด เพื่อให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุด

โดย Id Hospital มีความโดดเด่นด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 8 แขนง ที่จำเป็นต่อการศัลยกรรม ได้แก่ ปรับแต่งรูปคาง ปากยื่น กระดูกโครงหน้า จัดแต่งฟันวิสัญญี ศัลยกรรมตาและจมูก อ่อนเยาว์และกระชับ หน้าอกและศัลยกรรมร่างกาย อีกทั้งผู้บริหารและทีมแพทย์ของ Id Hospital ยังมีการจัดตั้งศูนย์ค้นคว้าวิจัย Happy Face พัฒนาวิธีการผ่าตัดในแต่ละยุคด้วยเทคนิคที่ทันสมัยและมีการพัฒนาเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะมอบใบหน้าที่มีความสุขให้แก่ผู้รับบริการทุกคน

อย่างไรก็ดีโรงพยาบาลเอกชลเป็นโรงพยาบาลแรกที่จับมือกับ Id Hospital เพื่อให้คนไทยได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานการรักษาในระดับ Regional สร้างระบบการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งแบบไร้รอยต่อที่ครบวงจร ทำงานร่วมกันเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการ โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลเอกชล จะดูแลตั้งแต่การให้ความรู้การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ส่งต่อไปรับการผ่าตัดที่เกาหลีโดยทีมแพทย์ผู้เชียวชาญจากโรงพยาบาล Id Hospital และกลับมาดูแลหลังการผ่าตัดในประเทศไทย ซึ่งการเปิดบริการแผนกดังกล่าวคาดว่าจะได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมาย และสามารถเพิ่มอัตราการใช้บริการในแผนกอื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในช่วงไตรมาส 1/67

“โรงพยาบาลเอกชลเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของภาคตะวันออกที่จะมีบริการครบวงจร ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มบริการเฉพาะทางเข้ามาเสริมเพื่อขยายศักยภาพการดูแลรักษากลุ่มโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการดูแลรักษากลุ่มผู้สูงอายุ (Aging Society) เพิ่มความสามารถการแข่งขัน ขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง อาทิ กลุ่มคนวัยทำงาน ครอบครัว ผู้สูงอายุ ผู้รักสุขภาพและความงาม มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานคุณภาพ ยกระดับการรักษาและให้บริการให้เป็นที่ไว้วางใจ สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ป่วยและผู้ที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมรักษาอัตราการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง” นายสิริพจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคตะวันออกทำให้มีจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น จากประชากรแฝงที่เข้ามาอยู่อาศัยเพื่อทำงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ ประกอบกับแนวโน้มการดูแลรักษาสุขภาพ ส่งผลให้บริการทางการแพทย์มีความต้องการเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการครอบคลุมผู้ใช้บริการทุกเพศทุกวัย โรงพยาบาลเอกชลวางแผนปรับโครงสร้างระบบปฏิบัติการ เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกทั้งยังยกระดับการเป็น Smart Hospital พร้อมพัฒนาบริการ อาทิ Telemedicine เป็นอีกทางเลือกในการพบแพทย์ รวมถึงปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย ห้องผ่าตัด (OR) ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) รองรับปริมาณฐานลูกค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีความต้องการด้านสาธารณะสุขที่หลากหลาย ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจปีนี้ มีผู้ใช้บริการตรวจสุขภาพ ผู้ป่วยทั่วไปทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในกลับมาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีอัตราการแอดมิท 90%

ทั้งนี้การเติบโตดังกล่าว สะท้อนจากผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยไตรมาส 1/66 มีรายได้ 425.16 ล้านบาท กำไร 41.96 ล้านบาท ไตรมาส 2/66 รายได้ 443.62 ล้านบาท กำไร 35.09 ล้านบาท ไตรมาส 3/66 รายได้ 485.70 ล้านบาท กำไร 57.48 ล้านบาท และงวด 9 เดือน ปี 2566 รายได้ 1,354.48 ล้านบาท กำไร 134.53 ล้านบาท อีกทั้งไม่มีหนี้สะสมและมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งมั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้จะเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Back to top button