คัด 5 หุ้น “สัตว์ปีก-อาหารทะเล” ฟื้นตัวปี 67 ชู GFPT-TU ท็อปพิก!

ส่อง 5 หุ้น กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร “สินค้าสินค้าโภคภัณฑ์” คาดกำไรเติบโตเด่นปี 67 ชู GFPT, TU, BTG, CPF, TVO รับอานิสงส์ธุรกิจปศุสัตว์-ธุรกิจอาหารทะเลฟื้นตัว พร้อมแนะนำ “ซื้อ” GFPT- TU ผลงานโตต่อเนื่อง!


ก้าวสู่ปี 2567 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่าที่ผ่านมา หลังจากเผชิญภาวะวิกฤติโควิด-19 ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทั้งการพัฒนาของเทคโนโลยี การเมืองทั้งในและต่างประเทศ โดย “ไทย” เป็นประเทศที่มีศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ และมีศักยภาพในการส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.50 ล้านล้านบาทต่อปี ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้ที่สำคัญ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สำหรับธุรกิจปศุสัตว์ คาดการณ์การผลิตไก่เนื้อปี 2567 จะเติบโต 1.2% เมื่อเทียบกัลป์ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และจะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากตลาดส่งออก เช่น ญี่ปุ่นและจีน ขณะที่การผลิตสุกรในประเทศน่าจะเพิ่มขึ้นและกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ 19-20 ล้านตัว ซึ่งน่าจะสมดุลกับอุปสงค์ในประเทศตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวอย่างอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าเนื้อหมูผิดกฎหมายที่จำกัด หลังจากการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยส่งผลให้กำไรของ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2567 ขณะที่กำไรของ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT คาดการณ์ว่าจะเติบโต 18.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนสำคัญของกำไรที่น่าจะปรับดีขึ้นในปี 2567 ได้แก่ 1) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง 2) ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น 3) การฟื้นตัวของอุปสงค์จากตลาดส่งออก

สำหรับธุรกิจอาหารทะเล โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายงานว่า ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยงกุ้งในปี 2567 คาดการณ์ว่าจะเติบโต 4.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจากที่ลดลง 1% ในปี 2566 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากจีน และการเติมสต็อกอุปสงค์จากสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ จากอัตราเงินเฟ้อที่กำลังลดลง

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านราคายังคงรุนแรงในตลาดขนาดใหญ่จากผู้เล่นหลักอย่างเอกวาดอร์ ขณะเดียวกัน ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจปลาทูน่ากระป๋องและอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะได้ประโยชน์จากต้นทุนปลาทูน่าที่ลดลงในปี 2567 เนื่องจากบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU คาดการณ์ว่าราคาปลาทูน่าเฉลี่ยในปี 2567 จะต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในปี 2566 ที่ประมาณ 1,800 ดอลล่าร์สหรัฐฯ/ตัน ขณะที่อุปสงค์น่าจะปรับดีขึ้นจากการเติมสต๊อกของลูกค้า

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า กำไรรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญเป็น 2.05 หมื่นล้านบาท ในปี 2567 จากกำไรรวมปี 2566 เพียง 43 ล้านบาท ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกำไรของ BTG และ CPF และการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งของ TU ที่เพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO เติบโตขึ้น 129% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน ยังคาดการณ์ว่าในปี 2567 ผลประกอบการของบริษัทอาหารและการเกษตรทั้ง 5 แห่งภายใต้การวิเคราะห์จะปรับดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายโดยรวมปี 2567 มีแนวโน้มว่าจะเติบโตเพียง 4.3% เนื่องจากอุปสงค์ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ บล. กสิกรไทย จึงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น GFPT และให้ราคาเป้าหมายที่ 10.50 บาท, หุ้น TU ราคาเป้าหมายที่ 15.10 บาท จากการประเมินมูลค่าหุ้นที่ไม่แพง และปัจจัยแนวโน้ม Earning ระยะสั้นในไตรมาส 4/2566 ที่ดีต่อเนื่อง จะผลักดันเติบโตของกำไรที่ชัดเจนในปี 2567

Back to top button