EGCOมั่นใจรายได้ปีนี้สดใส บุ๊กกำไรคัมแพซสหรัฐฯ-วินฟาร์มไต้หวัน

EGCO กระทุ้งรายได้ปีนี้เพิ่ม เริ่มบุ๊กกำไรตามสัดส่วนถือหุ้น 50% “โรงไฟฟ้าคัมแพซ” ในสหรัฐฯ และโครงสร้างพื้นฐานในอินโดนีเซีย พร้อมทุ่ม 3 หมื่นล้านบาทตั้งเป้ากำลังผลิตใหม่เข้าพอร์ตเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีในมือแล้ว 6,996 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการวินฟาร์ม “หยุนหลิน” ไต้หวัน เร่งก่อสร้างครบ 80 ต้นภายในปีนี้


นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้จะเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับปี 2566 เนื่องจากในปีนี้จะเริ่มรับรู้กำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นจากโครงการใหม่ คือ การเข้าลงทุนสัดส่วน 50% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าคัมแพซ (Compass Portfolio) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (CCGT) จํานวน 3 แห่ง ในสหรัฐฯ ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว มีกําลังผลิตรวม 1,304 เมกะวัตต์ รวมทั้งการถือหุ้นสัดส่วน 30% ในบริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ (CDI) เป็นบริษัทย่อยในเครือ CAP ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านเคมีและสาธารณูปโภคแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ที่จะทยอยบุ๊กรายได้เข้ามาในปีนี้

ขณะเดียวกันในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่อีก 1,000 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการลงทุนใหม่และการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ช่วยให้เอ็กโก กรุ๊ปมีกำลังการผลิตในพอร์ตโฟลิโอเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,996 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเตรียมงบลงทุนสำหรับปี 2567 ไว้ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท หลัก ๆ จะใช้ในการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

โดยในปีนี้ยังบันทึกรายได้ที่เพิ่มเข้ามาจากโรงไฟฟ้าเอ็กโกโคเจนฯ (EGCO Cogeneration) ส่วนขยาย ขนาดกำลังการผลิต 74 เมกะวัตต์ ซึ่งเอ็กโก ถือหุ้น 80% และ J-Power Holdings (Thailand) Co., Ltd. ถือหุ้น 20% ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2567

นอกจากนี้ ในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมนอกชายฝั่งหยุนหลิน ในไต้หวัน ปัจจุบันมีการติดตั้งเสาแล้ว 45 ต้น และจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบแล้ว 33 ต้น จากทั้งสิ้น 80 ต้น สร้างรายได้ให้กับเอ็กโก กรุ๊ปทันทีหลังจ่ายไฟ ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 35 ต้น ซึ่งยอมรับว่าล่าช้ากว่าแผน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาไต้หวันปิดประเทศจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 และการเกิดมรสุมในแต่ละปี ทำให้การติดตั้งกังหันลมในทะเลทำได้เพียงปีละ 5-6 เดือนเท่านั้น ดังนั้นในปีนี้บริษัทได้เร่งปรับแผน เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จครบ 80 ต้นภายในปีนี้ อย่างไรตาม ทางรัฐบาลมีความเข้าใจถึงความล่าช้าดังกล่าว แต่หากโครงการหยุนหลิน ไม่สามารถติดตั้งแล้วเสร็จได้ตามแผน ก็จะถูกปรับและยุติการติดตั้งกังหันลมส่วนที่เหลือ ดังนั้นจึงเป็นความท้าทายที่บริษัทคาดหวังว่าจะทำได้ตามแผน

“แนวโน้มผลประกอบการปี 2566 คาดว่าจะออกมาใกล้เคียงกับปีก่อน และในปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากปี 2566 เพราะปี 2566 ยังไม่มีรายได้จากโครงการคัมแพซในสหรัฐฯ และ CDI ในอินโดนีเซียเพิ่มเข้ามา รวมทั้งในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการพลังงานลมหยุนหลิน ที่ปัจจุบันติดตั้งและจ่ายไปแล้วจำนวน 33 ต้น และในปีนี้บริษัทตั้งเป้าติดตั้งให้ครบ 80 ต้น นอกจากนี้ยังมีกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกะวัตต์ในปีนี้ และหากเป็นดีล M&A ก็สามารถรับรู้รายได้ทันที” นายเทพรัตน์ กล่าว

 

 

Back to top button