
หุ้นไทยกล้าบวกสวน
เดิมทีอีฉันคิดว่า ตลาดหุ้นไทยจะร่วงแรงเหมือนกับตลาดหุ้นต่างประเทศ แต่เอาเข้าจริงกลับมีแรงซื้อเข้ามาเป็นระลอก
เดิมทีอีฉันคิดว่า ตลาดหุ้นไทยจะร่วงแรงเหมือนกับตลาดหุ้นต่างประเทศ แต่เอาเข้าจริงกลับมีแรงซื้อเข้ามาเป็นระลอก จนสามารถประคองดัชนีปิดที่ระดับ 1,517.74 จุด ลบไป 0.21 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.62 หมื่นล้านบาท ย่อมทำให้อีฉันมั่นใจว่า ตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุนเหมือนเดิม ซึ่งสอดคล้องกับวันก่อนที่เม้าท์ให้ฟังว่า ตลาดหุ้นไทยยังเทรดในระดับที่ต่ำกว่าความเป็นจริงนะจะบอกให้
สำหรับไฮไลต์ของการเล่นเที่ยวนี้พลิกมาอยู่ที่นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งไม่ได้ขายหุ้นหนักเหมือนเมื่อก่อน ขณะเดียวกันกลับเป็นคนที่ทยอยซื้อหุ้นเป็นระยะ เมื่อมาผสานกับแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อยที่ยังเดินหน้าแบบสุดซอย จึงทำให้การขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,500 จุดครั้งที่ 4 ดูมั่นคงกว่ารอบก่อน ๆ ซึ่งสังเกตได้จากหุ้นบลูชิพหลายตัวยังทรงตัวในระดับสูงได้อย่างแข็งแกร่งนะเจ้านาย
ประเด็นดังกล่าวดูได้จากการเคลื่อตัวของหุ้น PTT ซึ่งไต่ระดับขึ้นช้า ๆ จนวันนี้ขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 36.50 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.57 พันล้าบาท และเป็นระดับที่ห่างจากยอดเดิมบริเวณ 38 บาทไม่มาก (ก่อนสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มอิหร่าน) “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินโอกาสที่หุ้นจะไปต่อมีมากขนาดไหน? โดยเทียบกับราคาเป้าสูงสุดที่โบรกเกอร์ให้ไว้ที่ 45 บาทนะจ๊ะ
เช่นเดียวกับในรายของ SCB หลังราคาหุ้นร่วงจากการขึ้น XD วันที่ 20 เม.ย. ไปถึง 9 บาท ต่อจากนั้นก็ร่วงลงเรื่อย ๆ พร้อมกับลงไปนอนแน่นิ่งแถว 130 บาท ก่อนจะแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ ในกรอบแคบ ๆ เป็นเวลา 1 เดือน จนวานนี้เห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 135 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.91 พันล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้อีฉันวาดฝันถึงโอกาสที่หุ้นจะขึ้นไปหาฐานเดิมที่บริเวณ 145 บาทเจ้าค่ะ
อีกรายที่น่าจับตามองคงชี้ไปที่หุ้น PTTGC เพื่อชี้ให้เห็นการแกว่งตัวไปมาในกรอบ 38-40 บาทเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แถมกูรูในตลาดหุ้นพูดถึงกำไรไตรมาส 2 ยังโตต่อเนื่องแบบนี้ “โมนิก้า” ถึงมองการแกว่งตัวเที่ยวนี้เป็นลักษณะรอขึ้น ซึ่งทำให้การยืนปิดที่ระดับ 38.50 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 1.32% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 462 ล้านบาท เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยังเชื่อว่า ปีทองของหุ้นตัวนี้พะยะค่ะ
เรื่องข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึง SKY เพื่อชี้ให้เห็นการทะยานของราคาหุ้นครั้งแรก หลังจากราคาหุ้นยืนซึมเป็นเวลานานถึง 2 เดือนครึ่ง ก็ล้อไปกับกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การยืนปิดที่ระดับ 12.80 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 8.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 49 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 12.30 เท่าแบบนี้ เป็นใครก็แนะนำให้ซื้ออย่างแน่นอน ผนวกกับก่อนสงครามหุ้นเคยยืนที่ระดับ 15 บาท..ก็ลุยซิ รออะไรคะ
สถานการณ์ข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น DITTO เพื่อชี้ให้เห็นกำไรไตรมาส 1 ยังโต ขณะเดียวกันก็มีดีลใหม่เข้ามาเติมงานในมือเป็นระยะ อีฉันถึงสงสัยเหลือเกินว่า ต้นสัปดาห์ก่อนหุ้นร่วงแรงได้ไง? และทำให้อีฉันมองการยืนปิดที่ระดับ 10.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง น่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะต่อการทยอยเก็บ เพราะของมันเห็นกันมาตั้งนานแล้วว่า ของเขาดีมาตั้งนานแล้วนะตัวเอง
คล้ายกับสถานการณ์ของ PSGC ที่วันนี้ไม่เห็นกันชัดเจนว่า กำไรโตมาก! ราคาหุ้นก็ควรวิ่งขยับขึ้นอย่างมั่นคง และเมื่อดูการรับรู้รายได้จากการขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้น ย่อมชี้ชัดว่า ราคาปิดที่ระดับ 3.06 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 3.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง อีฉันย่อมเชื่อว่า เหมาะต่อการเก็บหุ้นอย่างไม่ต้องสงสัย แถมผลงานที่โดดเด่นในปีนี้ ทำให้บริษัทมีลุ้นปันผลเป็นครั้งแรกแบบนี้..ชอบม๊า..ชอบม๊า!
โมนิก้าและทีมงาน