SPALI บวก 2% หลังโชว์กำไร Q4 แตะ 1.2 หมื่นล้าน พ่วงปันผล 0.75 บ. โบรกเคาะเป้า 23.80 บาท

SPALI บวก 2% หลังโชว์กำไร Q4 แตะ 1.2 หมื่นล้าน ขณะที่ปี 66 กำไร 5.9 พันล้านบาท พ่วงปันผล 0.75 บ. ขึ้น XD 7 พ.ค. 67 โบรกแนะ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.80 บาท พร้อมคาดแนวโน้มผลประกอบการในปี 67 สดใสขึ้น!


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ( 21 ก.พ.67)  ราคาหุ้น บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI ณ เวลา 10:48 น. อยู่ที่ระดับ 20.20 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.02% สูงสุดที่ระดับ 20.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 19.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 95.96 ล้านบาท

โดยราคาหุ้นของ SPALI ปรับตัวขึ้นตอบรับผลประกอบการไตรมาส 4/66 ออกมาแข็งแกร่ง และพ่วงมีการประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย

สำหรับ SPALI ประกาศกำไรไตรมาส 4/66 ที่ 12,018 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.4% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 2.4% โดยมีรายได้จากยอดโอนที่ 1.0 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 41.3% จากไตรมาสก่อน, และเพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน จาก Backlog ที่แข็งแกร่ง บวกกับการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากในไตรมาส 4/66 รวมถึงการใช้กลยุทธ์ทางตลาดเพื่อเร่งการโอน ขณะ GPM -160bps จากไตรมาสก่อน, -260bps เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากสัดส่วนยอดโอนโครงการแนวราบซึ่งมี GPM ต่ำกว่าคอนโด เพิ่มขึ้นมาก ด้านค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 12.3% จากไตรมาสก่อน จากทำการตลาดเพื่อเร่งขายเร่งโอน

ขณะส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ JV ในออสเตรเลียที่ 49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน หลักๆ มาจากผลกระทบอัตราดอกเบี้ยในออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลกำไรทั้งปี 66 อยู่ที่ 5.89 พันล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด เพิ่มขึ้น 2.3%

ส่วนผลการดำเนินงานปี 66 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 66 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,989.43 ล้านบาท ลดลง 26% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 8,173.26 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์เท่ากับ 30,836.44 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว 3,385.40 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 10% แบ่งเป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทาวน์เฮ้าส์ 66% อีก 34% เป็นรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด

ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมเท่ากับ 246.87 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว 143.61 ล้านบาท คิดเป็นลดลง 37% เนื่องจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมในประเทศออสเตรเลียมีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการลดลงจากการเลื่อนการส่งมอบบางส่วนไปโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงต้นปี 2567 และต้นทุนทางการเงินเท่ากับ 467.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 190.60 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 69% เกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่กลางปี 2565 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ คณะกรรมการมีมติการจ่ายเงินปันผล 1 ก.ค. 66 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 66 เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.75 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 7 พ.ค. 67 และกำหนดจ่าย 21 พ.ค.67

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ยังมีมองเป็นบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 4/66 ที่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าชัดเจน และแนวโน้มผลประกอบการในปี 67 ที่สดใสขึ้น โดยมองว่ากลยุทธ์ในปีนี้ เช่น เปิดโครงการใหม่เชิงรุกจานวนมาก และส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดขายในช่วงครึ่งหลังของปี 67 ประกอบกับมีคอนโดที่จะสร้างเสร็จพร้อมโอนในปีนี้ถึง 5 โครงการ มูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท และมี Backlogรองรับแล้วราว 5.0 พันล้านบาท

รวมถึงลงทุนเพิ่มในออสเตรเลียคาดจะหนุนให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีนี้ คาดจะหนุนกำไรปี 67 เติบโต เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน ทั้งนี้ SPALI ประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปี 66  ที่ 0.75 บาท คิดเป็น Div. yield 3.8% (รวมทั้งปี 7.3%) ขึ้น XD วันที่ 7 พ.ค. 67 ถือเป็นหุ้นปันผลปันเด่น และเป็น Top pick ของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ในปีนี้ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.80 บาท

Back to top button