GGC เร่งปรับโฉมธุรกิจหลัก ส่ง “Nutralist” รุกตลาดอาหารเสริม ดัน EBITDA แตะ 3 พันล้านปี 69

GGC กางแผนปี 67 อัดงบลงทุน 5 พันล้านบาท เดินหน้ากลยุทธ์ปรับโฉม 3 พอร์ตธุรกิจหลัก ขยายธุรกิจสู่ Green Product ส่งแบรนด์ “Nutralist” นำร่องตลาดอาหารเสริม ตั้งเป้า EBITDA แตะ 800 ล้านบาทปีนี้ พร้อมผลักดันสู่ 3 พันล้านบาท ภายในปี 69


นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2567 นี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ใกล้เคียงปีก่อนที่ทำได้ราว 800 ล้านบาท และจะผลักดันให้เพิ่มขึ้นไปสู่ 3,000 ล้านบาทในปี 69 พร้อมประกาศเดินหน้าสร้างโอกาสการเติบโตสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ The New Chapter of GGC to be the Sustainable Growth Business : Execution for Success

โดยบริษัทจะเน้นแนวทางเชิงรุก ด้วยการลงมือทำสานต่อการดำเนินงานตามกรอบกลยุทธ์ที่ดำเนินการไว้ เพื่อสร้างความเข้มแข็ง พร้อมกับมีความยืดหยุ่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ซึ่งบริษัทจะมุ่งหน้าสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง (High Value Product) ขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ (New Market) และการใช้นวัตกรรมเข้ามาเสริม เพื่อขยายผลผลิต (green product) ในปีนี้สู่ระดับสากลมากขึ้น โดยบริษัทวางเงินลงทุนไว้ราว 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกระแสเงินสด 3,000 ล้านบาท และวงเงินจากธนาคารกรุงไทย 2,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับแผนงานของบริษัท เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง  ผ่านการมุ่งมั่นดำเนินการตาม 3 กลยุทธ์หลัก คือ เข้มแข็ง เติบโต ยั่งยืน

1) เข้มแข็ง (Enhance Competitiveness) : สร้างความเป็นเลิศในด้านการผลิต มุ่งเน้นการลดต้นทุนในองค์กร (Cost Optimization) บริษัทมุ่งเน้นปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานงานในองค์ ด้วยการนำก๊าซชีวภาพ (Biogas) มาใช้ในโรงงานทดแทนการใช้น้ำมันเตา และจะเริ่มใช้ในปีนี้ ซึ่งแยกออกเป็นการใช้น้ำมันเตาส่วนน้อยเพียง 20% และหันมาใช้ก๊าซชีวภาพจำนวน 80% ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 6,000 ตันต่อปี ลดการปล่อยน้ำเสียได้ 7,500 ตันต่อปี และลดต้นทุนประมาณ 8.5 พันล้านบาทต่อปี

ส่วนการปรับปรุงการใช้วัตถุดิบ (Feedstock Optimization) โดยเน้นการใช้วัตถุดิบทางเลือกอย่างเหมาะสม การเพิ่มยอดขายของสินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบ RSPO (FA) และการจัดการด้าน Operation Excellence โดยบริหารจัดการการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลัก (Core Business) อาทิ เมทิลเอสเทอร์ (ME) แฟตตี้แอลกอฮอล์ (FA) และเอทานอล (EtOH)

2) เติบโต (Growth Portfolio) : ปรับ Portfolio ให้ชัดเจนสำหรับการลงทุนใน 3 กลุ่มธุรกิจ Bioenergy, Biochemicals และ Food Ingredients & Pharmaceutical ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพ (BioEnergy Business) บริษัทมุ่งเน้นการปรับแผนเพื่อสอดคล้องกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน เพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจมากขึ้น ด้วยการเริ่มเจาะกลุ่มธุรกิจทางทะเล การเดินเรือสมุทรภายใต้เทรนด์ลดการใช้ก๊าซเรือนกระจก โดยบริษัทมีความพร้อมและมองหาโอกาสในการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) หรือ Marine Biofuel และเพื่อตอบสนองต่อแผนกลยุทธ์ Decarbonization

นอกจากนี้ ยังมีโครงการน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ปัจจุบันบริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินการปรับปรุงโรงงานเพื่อนำน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว ผลิตเป็นน้ำมันอากาศยานชีวภาพ โดยคาดการณ์ว่าจะดำเนินการระยะที่ 1 แล้วเสร็จ และดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 68  และโครงการ ATJ : เป็นการศึกษาแผนการลงทุนในการต่อยอดผลิตภัณฑ์เอทานอลเพื่อผลิตเป็นน้ำมันอากาศยานชีวภาพ โดยมีแผนที่จะดำเนินการภายในปี 73

ส่วนการขนส่ง บริษัทมุ่งผลักดัน Green Logistic ด้วยการนำไบโอดีเซล (biodiesel) มาใช้ขับเคลื่อนรถบรรทุกเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นพิษ โดยบริษัทเดินหน้าร่วมกับผู้ประกอบการ และพยายามผลักดันสู่ภาครัฐ และคาดการณ์ว่าจะมีโครงการนำร่องในระยะถัดไป

ธุรกิจเคมีชีวภาพ (Bio Chemical Business) สร้างความแข็งแกร่ง ด้วยการขยายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง และแฟตตี้แอลกอฮอล์ (Fatty Alcohols) เพื่อให้ได้ผลผลิต Oleochemicals ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์สีเขียว ผ่านพันธมิตร และทำการตลาดเชิงรุกให้มีความชัดเจนมากขึ้นในปีนี้

ธุรกิจ Food Ingredients & Pharmaceutical  เป็นการดำเนินธุรกิจปลายน้ำของบริษัท ที่จะเร่งการเติบโตในปีนี้ และเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากวัตถุดิบร่วมกับพันธมิตรที่มีความเข็งแกร่ง ออกมาสู่ตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในพอร์ตฟอลิโอของบริษัท มุ่งเน้นเป็น Brand Owner โดยดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา  ผลิต  และจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Food Ingredients & Pharmaceutical

ล่าสุด บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริม “Nutralist” ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 2 ตัว คือ Astaxanthin และ Probiotic ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งก้าวที่สำคัญของ GGC ที่ต่อยอดธุรกิจเดิมสู่การขยายพอร์ตการลงทุนในธุรกิจเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความต้องการสูงและตอบสนองต่อ Lifestyle ของผู้บริโภคที่รักสุขภาพในปัจจุบัน พร้อมจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ โรงพยาบาล เครือปตท. และพันธมิตรที่ร่วมรายการ

โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจของ GGC เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต พร้อมตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจกลุ่ม Food Ingredients & Pharmaceutical ไว้ที่ 10% ของ EBITDA หรือคิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท ภายในปี 69 และเพิ่มขึ้นเป็น 20% ภายในปี 70

3) ยั่งยืน (Sustainability Development) บริษัทฯ ได้มีการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 93 โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อวัดประสิทธิผลในระยะสั้นในปี 73 เพื่อที่จะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 20% เดินหน้าเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติ (United Nations : UN) โดยบริษัทคาดหวังว่าจะเพิ่มอันดับความยั่งยืนS&P Global Yearbook 2024 ให้สูงกว่าลำดับเดิม (ปัจจุบันลำดับที่ 5) และเพิ่มระดับผลการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนสถาบันประเมินความยั่งยืนที่น่าเชื่อถือระดับโลก Carbon Disclosure Project (CDP) จากเดิมที่ระดับ A- ได้

“บริษัทมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง เพื่อยกระดับพอร์ตของเราให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้ Green Product, low Carbon คือจุดหมายที่ชัดเจนของเราในปีนี้ ส่วนคดีหลายๆเรื่อง ขอยืนยันว่าไม่เป็นผลกระทบใดๆต่อบริษัท เนื่องจากได้ดำเนินการสิ้นสุดแล้วและเราก็ชนะมาเกือบทั้งหมด และกำลังวางแผนจัดการอายัดหรือลดความเสียหายอย่างไร คงต้องติดตามต่อไป ส่วนคดีที่ยังอยู่ในขั้นตอนฎีกา ก็จะไม่มีผลกระทบเช่นเดียวกันเนื่องจากบริษัทมีแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว” นายกฤษฎา กล่าวทิ้งท้าย

Back to top button