JPARK โชว์กำไรปี 66 แตะ 63 ล้าน โต 14% พ่วงปันผล 0.0375 บ. ขึ้น XD 19 เม.ย. นี้

JPARK รายงานกำไรปี 66 แตะ 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 55 ล้านบาท รับรายได้ธุรกิจที่จอดรถหนุน แจกปันผลเงินสดหุ้นละ 0.0375 บาท เตรียมขึ้น XD 19 เม.ย. 67 เตรียมจ่าย 7 พ.ค. 67


บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 66 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 66 มีกำไรสุทธิดังนี้

สำหรับปี 66 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 62.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.77 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 14.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีสุทธิอยู่ที่ 54.82 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้จากการให้บริการ จำนวน 573.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 120.76 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 26.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 452.30 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้เพิ่มขึ้นในทุกประเภทธุรกิจหลัก รายละเอียดดังนี้

1) ธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (PS) มีรายได้เพิ่มขึ้น 76.09 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 27.31% เนื่องจากในปี 65 บริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้คลี่คลายลงตั้งแต่ช่วงกลางปี  65ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการที่จอดรถทยอยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปี 66 ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังมีพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้น 1 แห่ง คือ บริเวณใกล้เคียงโรงพยาบาลลาดกระบัง โดยได้เริ่มดำเนินการช่วงปลายปี 66

2) ธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (PMS) มีรายได้เพิ่มขึ้น 2.18 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.73% เนื่องจากในช่วงปลายปี 65 บริษัทมีพื้นที่รับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น คือ บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขณะที่ในปี 66 บริษัทรับรู้รายได้จากพื้นที่ดังกล่าวเต็มปี

3) ธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (CIPS) มีรายได้เพิ่มขึ้น 51.46 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 73.66% เนื่องจากงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีน้ำเงินที่บริษัทได้รับสัญญาจ้างมาในช่วงกลางปี  65 ได้เริ่มทยอยรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ ( Percentage of Completion) ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และดำเนินโครงการแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปี 66 นอกจากนี้ ในไตรมาสที่ 3 ของปี 66 บริษัทยังได้เริ่มดำเนินงานโครงการใหม่อีกสองโดรงการ คือ โครงการปรับปรุงระบบลานจอดรถของอาดารจอดแล้วจร 8 อาคาร มูลค่า 64.02 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาโครงการ 12 เดือน และโครงการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารจอดรถโครงการรถไฟฟ้ามหานร สายเฉลิมรัชมงคล มูลค่า 78.32 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาโดรงการ 12 เดือน

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมจ่ายปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 66 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 66  และกำไรสะสมของบริษัท โดยจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.0375 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 เม.ย. 67 และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 7 พ.ค. 67

นายสันติพล เจนวัฒนไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) หรือ JPARK เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานสำหรับปี 66 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 62.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.77 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 14.17% เมื่อเทียบกับปี 65 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 54.82 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯมีรายได้รวมสำหรับปี 2566 อยู่ที่ 573.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120.76 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 26.70% เมื่อเทียบกับปี 65 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 452.30 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทฯจะจ่ายปันผลสำหรับปี 66 เป็นเงินสดให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.0375  บาท โดยจะกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 22 เม.ย. 67 และจ่ายปันผลในวันที่ 7 พ.ค. 67

โดยกำไรสุทธิ และรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในทุกประเภทธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจให้บริการที่จอดรถ หรือ PS ที่มีรายได้ 354.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.09 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 27.31% จากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการที่จอดรถปรับตัวเพิ่มขึ้น และรายได้จากธุรกิจให้คำปรึกษา และรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ หรือ CIPS มีรายได้ 121.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.46 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 73.66% จากงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสีน้ำเงินได้เริ่มทยอยรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ หรือ Percentage of Completion รวมถึงรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ หรือ PMS มีรายได้ 82.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.73%

ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิของบริษัทฯหากไม่นับรวมการเปลี่ยนแปลงอายุการใช้งานของสินทรัพย์ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือ Non-movable Assets ที่ติดตั้งอยู่บนพื้นที่เช่าให้สอดคล้องกับ ระยะเวลาของสัญญาเช่า ซึ่งเป็นรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว หรือ One-time Expense บริษัทฯจะมีอัตรากำไรสุทธิสำหรับปี 66 เท่ากับ 11.60% ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2565 ที่อยู่ที่ 9.38% ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการบริการที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาด หรือ Economic of scale ในการบริหารจัดการ

Back to top button