เขย่าตลาดโลก! SpaceX ขายไอพีโอมหึมา 75,000 ล้านเหรียญ จ่อเทรด 12 มิ.ย.นี้

SpaceX ของอีลอน มัสก์ สร้างแรงสั่นสะเทือนตลาดทุนโลก หลังประกาศ IPO มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลุ้นขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุด เตรียมเข้าซื้อขายตลาด Nasdaq วันที่ 12 มิ.ย.นี้


ตลาดการเงินสหรัฐฯ กำลังจับตาเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ หลังบริษัทเทคโนโลยีอวกาศยักษ์ใหญ่ บริษัท สเปซเอ็กซ์  (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ ประกาศความเคลื่อนไหวการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ซึ่งถูกมองว่าอาจ “เขย่าทั้งตลาดทุนโลก”

โดยสเปซเอ็กซ์กำหนดราคาหุ้น IPO ล่วงหน้าที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น พร้อมเตรียมเสนอขายหุ้นจำนวน 555,555,555 หุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนราว 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท

หากการเสนอขายประสบความสำเร็จ บริษัทจะมีมูลค่าตลาดพุ่งแตะระดับ 1.765 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 57.7 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในสหรัฐฯ ทันที

ทั้งนี้ ข้อมูลจากเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า การระดมทุนครั้งนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แซงหน้า Saudi Aramco ที่เคยทำสถิติไว้ที่ 25,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2562

ขณะเดียวกัน แผน IPO ของสเปซเอ็กซ์ยังมีความแตกต่างจากตลาดทุนวอลล์สตรีททั่วไป โดยกำหนดราคาเสนอขายล่วงหน้า แทนการกำหนดช่วงราคาหลังการโรดโชว์

บริษัทมีกำหนดเริ่มโรดโชว์วันที่ 5 มิถุนายน ก่อนจะกำหนดราคาทางการในวันที่ 11 มิถุนายน และจะเริ่มซื้อขายในตลาด Nasdaq วันที่ 12 มิถุนายน 2569

แม้จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับระดับมูลค่าที่อยู่ในระดับสูง แต่กระแสตอบรับจากนักลงทุนยังคงร้อนแรง โดยเฉพาะเมื่อบริษัทคาดว่าจะจัดสรรหุ้นสูงถึง 30% ให้กับนักลงทุนรายย่อย

อย่างไรก็ตาม สเปซเอ็กซ์รายงานผลขาดทุนสุทธิ 4.94 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 แม้รายได้จะเติบโต 33% แตะ 18.67 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงการลงทุนเชิงรุกในธุรกิจเทคโนโลยีอวกาศ

ปัจจุบัน รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 10.3 ล้านรายใน 164 ประเทศและดินแดนทั่วโลก และยังมีบทบาทสำคัญในภารกิจขององค์การนาซา ภายใต้โครงการอาร์เทมิส เพื่อพามนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์

แม้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้ว แต่เอกสารระบุว่า อีลอน มัสก์ จะยังถือสิทธิออกเสียงมากกว่า 80% ทำให้ยังคงควบคุมทิศทางบริษัทได้อย่างเบ็ดเสร็จ

นักวิเคราะห์มองว่า หาก IPO สำเร็จ อาจเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันให้อีลอน มัสก์ มีโอกาสกลายเป็นบุคคลแรกของโลกที่มีทรัพย์สินเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าตลาด พบว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในภูมิภาคเอเชียยังมีขนาดที่ตามหลังอย่างมีนัยสำคัญ โดย SoftBank Group ของตลาดญี่ปุ่น มีมูลค่าตลาดราว 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Samsung Electronics มีมูลค่าประมาณ 1.5–1.58 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และ SK Hynix อยู่ที่ราว 1.1–1.12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในตลาดเกาหลีใต้

ส่วนตลาดหุ้นไทย บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด ได้แก่ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ซึ่งมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 4.3-4.4 ล้านล้านบาท

ด้านมุมมอง นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL) ระบุผ่านรายการ “เก็งสี่โมงเย็น” ว่า การเข้าตลาดของ SpaceX จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก

โดยคาดว่าในช่วงก่อนการเริ่มซื้อขายจริง นักลงทุนต่างชาติอาจทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี สื่อสาร และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงสร้างอุตสาหกรรม AI ระดับโลก

อย่างไรก็ตาม นายสุเชษฐ์เตือนว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการไล่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง พร้อมระบุว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยลบสำคัญในระยะสั้น และยังได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจภายในประเทศ

ทั้งนี้ การเข้าตลาดของ SpaceX จึงไม่เพียงเป็นการระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์ แต่ยังอาจเป็นจุดเปลี่ยนของกระแสเงินทุนโลก ที่ไหลเข้าสู่ธีม AI และเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจส่งแรงกระเพื่อมต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในระยะถัดไปด้วยเช่นกัน

Back to top button