BLC กวาดรายได้ปี 66 แตะ 1.4 พันล้าน แจกปันผล 0.07 บ. จ่อเซ็นสัญญาพันธมิตรญี่ปุ่น

BLC โชว์รายได้ปี 66 แตะ 1.4 พันล้านบาท โต 13% บอร์ดเคาะปันผล 0.07 บาท ขึ้น XD 10 เม.ย.นี้ จ่ายปันผล 30 เม.ย.นี้ กางแผนปี 67 ขายผลิตภัณฑ์ใหม่มาร์จิ้นสูง ดันรายได้โตปีละ 200 ล้านบาท จ่อเซ็นสัญญาร่วมมือพันธมิตรธุรกิจประเทศญี่ปุ่น


ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 395.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.20% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 50.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการทำ Brand Awareness ผ่านการออกบูธให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ

อีกทั้งการรับรู้รายได้จากการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์รักษาอาการผมร่วงในช่วงปลายปี 2566 รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายไปสู่ Modern trade และ e-Commerce และรายได้จากการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฮ่องกง และกลุ่มประเทศ CLMV ส่งให้ผลการดำเนินงานปี 2566 มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,406.20 ล้านบาท เติบโต 13.50% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,238.5 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 150.80 ล้านบาท เติบโต 16.30% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 129.70 ล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 จึงเสนอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาจัดสรรกำไรโดยให้จ่ายปันผลประจำปี 2566 ในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 60.00 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท จ่ายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record date) วันที่ 11 เมษายน 2567 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD)10 เม.ย. 2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เมษายน 2567

ขณะที่ ภก.สุวิทย์ กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมยาปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ย 6-7% ต่อปี โดยมีปัจจัยการขับเคลื่อนหลักคือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย การที่ประชากรมีค่าเฉลี่ยอายุที่ยาวขึ้น รวมทั้งการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ส่งผลให้ความต้องการใช้ยารักษาโรคยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายรายได้ปี 2567 เติบโต 200 ล้านบาทจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้มีปัจจัยต่าง ๆ อาทิ

1.การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัทฯ วางเป้าหมายการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ ยาสามัญใหม่ และผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสมุนไพรไทย อย่างน้อย 5 รายการ โดยไตรมาสแรกได้วางแผนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพสำหรับผู้หญิงในรูปแบบ Shot Drink แบรนด์ Kachalis

2.ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยภายในประเทศบริษัทฯ มุ่งขยายสู่ช่องทาง e-Commerce อาทิ Shopee Lazada และ TikTok shop ด้านตลาดต่างประเทศมุ่งเน้นการส่งออกไปยังประเทศใน CLMV และแถบตะวันออกกลาง

3.การสร้าง Brand Awareness เพื่อสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มลูกค้า B2B และ B2C โดยมุ่งเน้นการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของ BLC เป็น Top of mind ที่กลุ่มลูกค้าจะนึกถึงเป็นลำดับแรก

4.ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทฯ มีแผนร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทจากประเทศญี่ปุ่น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมยา ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของพันธมิตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Back to top button