OSP วางงบลงทุน 2 พันล้าน ลุยขยายช่องทางขาย-ปรับปรุงเครื่องจักร ดันรายได้ปี 67 โต 5%

OSP ตั้งเป้ารายได้ปี 67 โต 5% พร้อมวางงบลงทุน 1.5-2 พันล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักร รวมถึงใช้ในกระบวนการสู่รูปแบบดิจิทัล มุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุน หวังผลักดันรายได้และยอดขายแข็งแกร่ง


นายพนิต แย้มประเสริฐ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day ในวันที่ 15 มีนาคม 2567 ว่าแนวโน้มปี 2567 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 5% (mid single digit) โดยจะมาจากการเสริมสร้างตำแหน่งผู้นำของแบรนด์หลัก การสร้างแบรนด์ดาวรุ่งให้เติบโต การใช้ช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการจับคู่กัน และการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้ตรงจุด

โดยมองเห็นที่จะผลักดันแบรนด์ให้เติบโตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่ปัจจุบันบริษัทจะโฟกัสกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะลูกค้าออฟฟิศ กลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันไป

โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2568 อยู่ที่ 40,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 9% ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยจะผลักดันในแง่ของกลุ่มเครื่องดื่มในประเทศและเครื่องดื่มต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ล

สำหรับสัดส่วนเครื่องดื่มในประเทศ เติบโต 7% โดยมองว่าการเข้าไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ จะช่วยผลักดันผลประกอบการได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะทำให้สามารถมีลูกค้ารูปแบบใหม่มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ในส่วนของ Personal Care บริษัทตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ภายใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อผลักดันยอดขาย Babi mild ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่จะเป็นแม่ เด็ก และผู้สูงอายุ

สำหรับยอดขายเครื่องดื่มในต่างประเทศ คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากการเพิ่มสินค้าใหม่ในตลาดเมียนมา และสปป.ลาวขยายช่องทางจำหน่ายในอินโดนีเซีย และกลับเข้าสู่ตลาดเวียดนามอีกครั้ง ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาและดำเนินการ

ส่วนงบลงทุนปี 2567 อยู่ที่ 1,500-2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงเครื่องจักร รวมถึงใช้ในกระบวนการสู่รูปแบบดิจิทัล เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆ ผลักดันยอดขายในอนาคต และใช้สำหรับโครงการที่สร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร

โดยจะมุ่งเน้นเรื่องของ Health & Beauty เรื่องของการคำนึงสุขภาพ ก็ยังเป็นเทรนด์ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว รวมถึงมองว่าจะมีการบริโภคเพิ่มมากขึ้น และในแง่ของการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องของการช้อปปิ้งออนไลน์ ยังคงมีกระแสต่อเนื่อง โดยบริษัทพยายามที่จะเข้าสู่เทรนด์โลกให้มากขึ้น เพื่อจะช่วยส่งเสริมผลักดันรายได้ให้เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเปิดโอกาสผลิตภัณฑ์ใหม่ และยังมีเทรนด์ยั่งยืน ให้มีการปรับตัวเข้ากับผู้บริโภค

ทั้งนี้ บริษัทเน้นการเติบโตของธุรกิจหลัก และขายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออก มุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น จากเพิ่มประสิทธิภาพโรงขวดแก้วและบริหารจัดการอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เหมาะสม เพิ่มอัตรามาร์จิ้น บริหารจัดการค่าใช้จ่ายการตลาดให้มิประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

สำหรับผลประกอบการปี 66 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,402.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.22% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 1,933.77 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 26,644 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 27,482 ล้านบาท โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส เป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ควบคู่การสื่อสารการตลาดที่สร้างความแตกต่างผ่านโครงการเอ็ม-150 ซุปเปอร์สตาร์ ทำให้แบรนด์ “เอ็ม-150” เป็นผู้นำตลาดที่ครองใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

Back to top button