
หุ้นหุ่นยนต์แห่เข้าตลาดหุ้น
ข้อมูลที่ทำให้ “โมนิก้า” สนใจมากเป็นพิเศษในช่วงที่ผ่านมาก็คือ การขยับตัวของดัชนีชั้นนำของโลกกำลังทะยานขึ้นทำ all time high ไม่หยุดหย่อน
ข้อมูลที่ทำให้ “โมนิก้า” สนใจมากเป็นพิเศษในช่วงที่ผ่านมาก็คือ การขยับตัวของดัชนีชั้นนำของโลกกำลังทะยานขึ้นทำ all time high ไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะในรายของดัชนีดาวโจนส์ที่ช่วงท้ายสัปดาห์ขึ้นมายืนที่ระดับ 51,561.93 จุด ล้วนเป็นภาพที่สะท้อนถึงกระแส AI มาแรงจริง ๆ และเรื่องนี้ก็ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์มีความคึกคักมากขึ้นในทันทีนะจ๊ะ
ประเด็นดังกล่าวดูได้จากการที่ประเทศจีนประกาศกร้าวว่า กำลังผลักดันตัวเองให้เป็นศูนย์กลางโลกของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่การพูดลอย ๆ เพื่อบิ้วอารมณ์นักลงทุนในตลาดหุ้น แต่มีข้อมูลที่ยืนยันถึงความพร้อมดังกล่าวแบบจัดเต็ม หลังบริษัทหุ่นยนต์หลายแห่งเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทำให้กระแสความสนใจพุ่งตรงไปที่เรื่องปัญญาประดิษฐ์เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณพะยะค่ะ
จุดที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. บริษัท “Unitree Robotics” ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ก็ได้รับอนุมัติให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และยังมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ไม่ต่ำกว่า 46 รายในฮ่องกง กำลังเตรียมตัวเสนอขาย IPO และจำนวนดังกล่าวก็คิดเป็นกว่า 10% ของบริษัทที่ยื่นขอจดทะเบียนทั้งหมดแบบนี้..เลิศมากเหลือเกินคุณพี่
ประเด็นตรงนี้แหละที่ทำให้ “โมนิก้า” มองว่า ตลาดหุ้นจีนในครึ่งปีหลังน่าจะบูมสุด ๆ แถมเรื่องนี้ถูกสำทับด้วยบริษัทที่ยื่นไอพีโอแล้วอีก 2 รายอย่าง “Leju Robotics” และ “Deep Robotics” เลยเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้คนทั่วโลกหันมาจับตามองการขยับตัวของประเทศจีนในครั้งนี้ตาไม่กระพริบ เพราะเงินระดมทุนที่ได้จากในตลาดหุ้นจะถูกนำไปใช้ในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อส่งหุ่นยนต์รุ่นใหม่ออกมาในตลาดไงล่ะคะ
ภาพตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ระบบนิเวศ AI ของประเทศจีนในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมามีการตื่นตัวอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมไฮเทคให้ก้าวข้ามจากขั้นตอนการคิดค้นนวัตกรรมไปสู่การใช้งานวงกว้าง “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่ซีอีโอของ Nvidia ถึงกับพูดออกมาว่า จีนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำ “ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ” หรือ “Physical AI” นะจะบอกให้
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น “เอสเค ไฮนิกซ์” หรือ “SK Hynix” ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ขึ้นมาทันที หลังบริษัทพูดถึงการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับการตอบรับดีมาก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นอย่างท่วมท้น ผนวกกับแนวโน้มความต้องการชิป AI ยังขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งความสามารถในการแข่งขันไม่ได้เป็นรองใคร จึงทำให้ผู้คนทั่วไปเชื่อว่า น่าจะไปได้สวยนะจะบอกให้
ที่สำคัญคือ แผนเสนอขายหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังราคาหุ้นของ “SK Hynix” พุ่งกว่า 250% ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI มาแรงสุด ๆ ทำให้มูลค่าตลาดของหุ้นตัวนี้พุ่งทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และกลายเป็นบริษัทแห่งที่ 3 ในเอเชียที่มีมูลค่าตลาดเกินระดับดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้มี 2 บริษัทที่ทำได้คือ ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (TSMC) และซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) แบบนี้..เดี๊ยนอิจฉาตาร้อนเลยค่ะ
เนื่องจากเมื่อสแกนดู IPO ไทยที่เตรียมจะเข้าตลาดหุ้นในปี 69 แบบละเอียดยิบ “โมนิก้า” กลับมองไม่เห็นแววที่เข้ากันเลย และเมื่อย้อนกลับไปดูในช่วงต้นปีก็มีแค่หุ้น UNIX เพียงตัวเดียว ซึ่งเป็นหุ้นที่ขายไอพีโอในระดับที่มีค่า PE ต่ำมาก ทั้งที่บริษัทมีกำไรเติบโต และมีการจ่ายปันผลในระดับสูง แต่ราคาหุ้นดันไม่ตอบรับเสียอย่างนั้น!.. ก.ล.ต. และ ตลท. จะเร่งกู้ศรัทธาอย่างไรคะ
โมนิก้าและทีมงาน