“ดาวโจนส์” ปิดบวก 211 จุด หลัง “อเมริกัน เอ็กซ์เพรส” โชว์งบโตแกร่ง ดันหุ้นพุ่งแรง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก 211 จุด จากการพุ่งขึ้นของหุ้น “อเมริกัน เอ็กซ์เพรส” หลังเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (19 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรสหลังเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดการณ์ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นเน็ตฟลิกซ์ และการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,986.40 จุด เพิ่มขึ้น 211.02 จุด หรือ +0.56%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,967.23 จุด ลดลง 43.89 จุด หรือ -0.88% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,282.01 จุด ลดลง 319.49 จุด หรือ -2.05% ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 0.01% ขณะที่ S&P500 ลดลง 3.05% และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 5.52% ส่วนดัชนี S&P500 ปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.66 และดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่ 31 ต.ค.65

ด้านดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.65 และดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 5.46% แล้วจากระดับปิดสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 28 มี.ค.

โดยดัชนีดาวโจนส์ได้แรงหนุนจากหุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ซึ่งปิดพุ่งขึ้น 6.23% หลังรายงานผลกำไรไตรมาสแรกสูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ถูกกดดันจากการที่หุ้นเน็ตฟลิกซ์ร่วงลง 9.09% หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และระบุว่าบริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลจำนวนสมาชิกอีกต่อไป

ส่วนปัจจัยลบอื่นๆ ที่ยังคงกดดันตลาดได้แก่ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่สูงเกินคาด, ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟดรวมถึง นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งทำให้ตลาดหมดหวังที่จะเห็นเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็ว ๆ นี้

นายออสเตน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก กล่าวว่า ความคืบหน้าในการปรับลดเงินเฟ้อนั้นได้หยุดชะงักในปีนี้ ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่เฟดรายล่าสุดที่ทำลายความหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็วๆ นี้

ด้านหุ้น 6 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวก นำโดยกลุ่มสาธารณูปโภคและไฟแนนซ์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.47% และ 1.35% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 3.08% และ 2.03% ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวกับชิปร่วงลง และดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดฟิลาเดลเฟีย ร่วงลง 4.12% ในวันศุกร์ และร่วง 9.23% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการร่วงลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี, หุ้นพาราเมาท์ โกลบอล พุ่ง 13.4% หลังแหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า โซนี่ พิคเจอร์ เอนเทอร์เทนเมนต์ และอะพอลโล โกลบอล แมเนจเมนต์ กำลังหารือกันเพื่อร่วมกันเสนอซื้อกิจการของพาราเมาท์ โกลบอล

Back to top button