
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 183 จุด รับแรงหนุน “หุ้นเทค” ฟื้นตัว
ดาวโจนส์ปิดบวก 183 จุด จากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและเมกะแคป หลัง Micron Technology ผู้ผลิตชิป รายงานคาดการณ์งบที่แข็งแกร่ง หนุนความเชื่อมั่นหุ้น AI
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (19 ธันวาคม) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะหุ้นของ Nike ที่เผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการและแนวโน้มกำไร
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,134.89 จุด เพิ่มขึ้น 183.04 จุด หรือร้อยละ 0.38 ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 6,834.50 จุด เพิ่มขึ้น 59.74 จุด หรือร้อยละ 0.88 และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 23,307.62 จุด เพิ่มขึ้น 301.26 จุด หรือร้อยละ 1.31 โดยตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลงร้อยละ 0.67 ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 และแนสแด็กเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.11 และ 0.48 ตามลำดับ
ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนีเอสแอนด์พี 500 พบว่ามี 7 กลุ่มที่ปิดบวกในวันดังกล่าว ขณะที่กลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานปรับตัวลงร้อยละ 1.34 และ 0.49 ตามลำดับ สะท้อนแรงขายในหุ้นเชิงป้องกันความเสี่ยง
หุ้นเมกะแคปในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า หลัง Micron Technology ผู้ผลิตชิป รายงานคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์กลับมาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เผชิญแรงกดดันจากระดับมูลค่าที่สูงและความกังวลด้านเงินทุน โดยราคาหุ้น Micron ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์
ขณะเดียวกัน หุ้นของ NVIDIA ปรับตัวขึ้น หลังสหรัฐอเมริกาเริ่มทบทวนมาตรการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์รุ่นที่มีสมรรถนะสูงเป็นอันดับสองของบริษัท ขณะที่หุ้น Oracle พุ่งขึ้น ภายหลัง ByteDance เจ้าของแอปพลิเคชันวิดีโอสั้น TikTok สัญชาติจีน ลงนามขายกิจการในสหรัฐอเมริกาให้แก่กลุ่มนักลงทุน ซึ่งรวมถึง Oracle
นักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ เผชิญแรงกดดันในช่วงที่ผ่านมา และการที่ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อผลประกอบการของ Micron อาจเป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวอีกครั้ง
ในฝั่งหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หุ้น Nike ปรับตัวลง หลังรายงานอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน จากยอดขายที่อ่อนแอในประเทศจีน และความพยายามในการปรับโครงสร้างพอร์ตสินค้า นอกจากนี้ หุ้น Lamb Weston ร่วงลงอย่างหนัก หลังส่งสัญญาณอุปสงค์สินค้ายังซบเซาในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ ขณะที่หุ้น Conagra ปรับตัวลง หลังรายงานผลประกอบการอ่อนแอ
โดยบรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลราคาผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่าตัวเลขดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลต่อการเก็บข้อมูลในช่วงก่อนหน้า
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า เทรดเดอร์ยังคงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละร้อยละ 0.25 ในปีหน้า พร้อมให้น้ำหนักความเป็นไปได้ร้อยละ 20 ที่การปรับลดครั้งแรกอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมกราคม
ทั้งนี้ เดือนธันวาคมถือเป็นช่วงเวลาที่แข็งแกร่งตามธรรมเนียมของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา โดยตั้งแต่ปี 2493 ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Santa Claus rally สะท้อนผ่านดัชนีเอสแอนด์พี 500 ซึ่งปรับตัวขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.30 ในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของปี และ 2 วันทำการแรกของเดือนมกราคม ตามข้อมูลจาก Stock Trader’s Almanac
