ไทยลุ้น “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” ขึ้นมรดกโลกแห่งที่ 9 จ่อพิจารณา ก.ค.นี้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลุ้น “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย และเป็นมรดกโลกวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ จ่อเข้าที่ประชุม ก.ค.นี้


นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ควบคู่กับการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์และการท่องเที่ยวคุณภาพสู่ระดับสากล

ล่าสุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับรายงานจาก ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มได้รับข่าวดีจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยจะมีการพิจารณาการเสนอ “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569

นายสุชาติ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นของวัดพระมหาธาตุฯ ในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี รวมถึงเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่อิทธิพลทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทร

ทั้งนี้ ความคืบหน้าดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านวิชาการ การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียน จะเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ และเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ ซึ่งนอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศแล้ว ยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการนำมรดกทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป

Back to top button