“มหาดไทย-PEA” ทลายเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ลักลอบใช้ไฟ 14 จุด 5 จังหวัด เสียหายกว่า 40 ล้าน

กระทรวงมหาดไทย ผนึกกำลัง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บุกตรวจ 14 จุดใน 5 จังหวัด พบลักลอบดัดแปลงมิเตอร์และใช้ไฟฟ้าไม่ผ่านมิเตอร์เพื่อขุดบิตคอยน์ ยึดเครื่องขุด 315 เครื่อง ความเสียหายรวมกว่า 40 ล้านบาท พร้อมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 มิ.ย.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล (Bitcoin) ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างผิดกฎหมาย

โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานแถลงผลการดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุด Bitcoin ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือระหว่าง PEA กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการข้อมูลและปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าผิดปกติในพื้นที่เป้าหมาย

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 14 จุด ใน 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม ผลตรวจสอบพบการกระทำผิดในลักษณะดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้าและลักลอบใช้ไฟฟ้าโดยไม่ผ่านมิเตอร์ เพื่อนำกระแสไฟฟ้าไปใช้กับเครื่องขุดเหมืองเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้า

เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดเครื่องขุดเหมืองเงินดิจิทัลได้รวมทั้งสิ้น 315 เครื่อง และประเมินมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 40.38 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าปรับกรณีละเมิดการใช้ไฟฟ้าจำนวน 5.38 ล้านบาท และค่าปรับปรุงหน่วยไฟฟ้าประมาณ 35 ล้านบาท โดย PEA ได้รวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายแล้ว

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัลไม่เพียงเป็นการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังส่งผลให้เกิดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าของประเทศ กระทบต่อประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า และสร้างภาระต้นทุนแก่ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามการกระทำในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

“รัฐบาลจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและปราบปรามการลักลอบใช้ไฟฟ้าในทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ของรัฐในระยะยาว” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

Back to top button