ศาลแพ่งคุ้มครองฉุกเฉิน เบรกบอร์ด 9 รายใหม่ “การบินไทย” หลังผู้ถือหุ้นยื่นฟ้อง

ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการจดทะเบียนมติประชุมผู้ถือหุ้นการบินไทย ปี 2568 พร้อมห้ามบอร์ดใหม่ 9 คนใช้อำนาจ เหตุประชุมอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ธ.ค.68) ศาลแพ่งมีคำสั่งให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือการเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568

พร้อมกันนี้ ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้คณะกรรมการที่มาจากมติที่ประชุมดังกล่าว มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยในฐานะกรรมการของจำเลยในกิจการทั้งปวง จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ศาลพิจารณาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มาตรา 98 และข้อบังคับของบริษัท การบินไทย ข้อ 32 กำหนดให้คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปี ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท ขณะเดียวกัน ข้อบังคับของบริษัท ข้อ 40 กำหนดให้รอบปีบัญชีเริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีตามปีปฏิทิน

ดังนั้น การจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของบริษัท การบินไทย จึงต้องดำเนินการภายในเดือนเมษายน 2568 การที่บริษัทจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 จึงอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจากในวันนี้โจทก์จำนวน 5 คน ได้นำหนังสือแจ้งมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของจำเลย ซึ่งมีถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยระบุว่ามีการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และจำเลยมีหนังสือชี้แจงยืนยันว่าได้มีการจัดการประชุมดังกล่าวจริง

โจทก์อ้างว่า ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มาตรา 98 และข้อบังคับของจำเลย ข้อ 32 กำหนดให้คณะกรรมการต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท และข้อบังคับของจำเลย ข้อ 40 กำหนดให้รอบปีบัญชีเริ่มวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ตามปีปฏิทิน

การจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของจำเลยจึงต้องจัดภายในเดือนเมษายน 2568 การที่จำเลยจัดประชุมในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 จึงอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของจำเลย

นอกจากนี้ ตามกฎหมายกำหนดให้จำเลยต้องขอจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการตามมติที่ประชุมให้แล้วเสร็จภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง คือ ภายในวันที่ 2 มกราคม 2569 หากจำเลยนำมติที่ประชุมดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าและผู้ถือหุ้นรายอื่น อันเป็นกรณีมีเหตุสมควรและมีเหตุฉุกเฉิน

ส่วนกรณีที่โจทก์ขอให้คณะกรรมการเดิมจำนวน 11 คน ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการของจำเลยต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนั้น ศาลเห็นว่า ยังไม่แน่ชัดว่าหากนายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงกรรมการแล้ว คณะกรรมการเดิมจะยังคงมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ จึงยังไม่มีเหตุอันควรให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในส่วนนี้

ศาลจึงมีคำสั่งให้นายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ระงับการจดทะเบียน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หรือการเพิกถอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ของจำเลย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และห้ามมิให้คณะกรรมการที่มาจากมติการประชุมดังกล่าว มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยในฐานะกรรมการของจำเลยในกิจการทั้งปวง จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

Back to top button