AOT นำทีมวิ่งคึก! รับนักท่องเที่ยวจีนฟื้น โบรกแนะ ”ซื้อ” เป้า 65 บาท

AOT นำทีมหุ้นท่องเที่ยวบวกแรง รับแรงหนุนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวต่อเนื่อง ฟากโบรกชี้สถิติผู้โดยสารและเที่ยวบินยังขยายตัว แม้สงครามตะวันออกกลางกดดันต้นทุนน้ำมัน พร้อมชู AOT เป็นหุ้นเด่น ให้ราคาเป้าหมาย 65 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 มี.ค.69) ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว นำทีมโดย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ณ เวลา 16:01 น. อยู่ที่ระดับ 13.80 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 6.98% ราคาสูงสุด 13.90 บาท ราคาต่ำสุด 13.30 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 187.10 ล้านบาท

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL อยู่ที่ระดับ 33.75 บาท บวก 2 บาท หรือ 6.30% ราคาสูงสุด 34 บาท ราคาต่ำสุด 32.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 344.21 ล้านบาท

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT อยู่ที่ระดับ 51 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 4.62% ราคาสูงสุด 51.25 บาท ราคาต่ำสุด 50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2,000 ล้านบาท

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI อยู่ที่ระดับ 6.35 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 3.25% ราคาสูงสุด 6.40 บาท ราคาต่ำสุด 6.20 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 246.72 ล้านบาท

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW อยู่ที่ระดับ 2.56 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 3.23% ราคาสูงสุด 2.58 บาท ราคาต่ำสุด 2.52 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 85.10 ล้านบาท

บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV อยู่ที่ระดับ 1.11 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 2.78% ราคาสูงสุด 1.12 บาท ราคาต่ำสุด 1.10 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 78.76 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยมุมมองเชิงบวกต่อภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินไทย หลังสถิติล่าสุดสะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวรวมและกิจกรรมการบินทั่วประเทศขยายตัวต่อเนื่อง แม้ยังมีแรงกดดันจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ รายงานนักท่องเที่ยวสัปดาห์ที่ 12 ของปี 2569 ระหว่างวันที่ 16-22 มีนาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 0.68 ล้านคน เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 7% จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ช่วงเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 รวมถึงการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวมุสลิมหลังสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอดซึ่งเหลื่อมวันจากปีก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวจีนในสัปดาห์ดังกล่าวอยู่ที่ 0.10 ล้านคน เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ลดลง 1% จากสัปดาห์ก่อน โดยยังขยายตัวในระดับเลขสองหลักต่อเนื่อง จากปัจจัยหนุนด้านความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงผลบวกจากความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ส่งผลให้การเดินทางบางส่วนเปลี่ยนทิศทางมายังประเทศไทย ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่ต้นปี 2569 อยู่ที่ 8.54 ล้านคน ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงกดดันหลักจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวบางตลาดในช่วงก่อนหน้า

ด้านสถิติการดำเนินงานของ AOT ในช่วงวันที่ 1-21 มีนาคม 2569 พบว่า ปริมาณผู้โดยสารเติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวเกือบทุกกลุ่มผู้โดยสารและเกือบทุกสนามบินของ AOT ยกเว้นผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานภูเก็ตซึ่งหดตัว 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน พลิกจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ยังเติบโต 10% และผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ซึ่งยังหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี

ส่วนปริมาณเที่ยวบินในช่วงเดียวกันเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายตัวของเที่ยวบินเกือบทุกสนามบิน ยกเว้นท่าอากาศยานภูเก็ตที่ทรงตัวจากปีก่อน พลิกจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเติบโต 6% เนื่องจากเที่ยวบินระหว่างประเทศหดตัว ขณะที่เที่ยวบินภายในประเทศยังคงขยายตัวได้

ขณะเดียวกัน รายงานเที่ยวบินขาออกนอกประเทศของจีนในสัปดาห์ที่ 12 ของปี 2569 ระหว่างวันที่ 17-23 มีนาคม 2569 ระบุว่า เส้นทางจีน-ญี่ปุ่นหดตัว 47% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยังหดตัวหนักต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2568 หลังเกิดประเด็นความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ ขณะที่เส้นทางจีน-เกาหลีใต้เติบโต 16% และกลายเป็นเส้นทางต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งดังกล่าว ส่วนเส้นทางจีน-ไทยเติบโต 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน พลิกกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ต้นปี 2569 จากความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้น และอานิสงส์จากการเปลี่ยนทิศทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน

ฝ่ายนักวิเคราะห์ระบุว่า สถิติการบินและการท่องเที่ยวล่าสุดสะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนของอุตสาหกรรม โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณผู้โดยสารในเดือนมีนาคม 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะเกิดสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างยุโรปและไทย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนักวิเคราะห์มองว่าผลกระทบต่อไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียง 1-2% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และเที่ยวบินจากตะวันออกกลางคิดเป็นเพียง 3% ของเที่ยวบินรวม แม้ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะหากความรุนแรงขยายวงไปสู่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นและกดดันต้นทุนการเดินทางมากกว่าคาด

ในระยะยาว บล.กรุงศรียังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มการบิน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 3 ประการ ได้แก่ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของนักท่องเที่ยวจีนที่หนุนจำนวนนักท่องเที่ยวรวมกลับมาเติบโต การขยายตัวต่อเนื่องของสถิติการบินภายใต้ภาวะสงครามในตะวันออกกลางซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบินไทย และโอกาสที่อุตสาหกรรมการบินในเอเชียจะได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการบินเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

สำหรับหุ้นเด่น ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงเลือก AOT เป็น Top Pick ของกลุ่ม โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 65 บาท เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นอื่นในกลุ่มจากการไม่มีความเสี่ยงโดยตรงด้านต้นทุนน้ำมัน อีกทั้งในเดือนมิถุนายน 2569 ยังมีปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก หรือ PSC ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการย้ายศูนย์กลางการบินออกจากตะวันออกกลาง

Back to top button