
DUSIT แจ้ง “ชนินทธ์” ซื้อหุ้น “บริษัทชนัตถ์และลูก” เพิ่ม 15.96% ดันถือ 41.36%
DUSIT ชี้แจงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างถือหุ้นภายในบริษัทชนัตถ์และลูกฯ จากดีลซื้อหุ้น 1.2 ล้านหุ้น ส่งผลให้ผู้บริหารถือหุ้นเพิ่มเป็น 41.36% ขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นใน DUSIT และแนวทางบริหารยังไม่เปลี่ยน
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้รับแจ้งจากนายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท ว่าเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายชนินทธ์ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท โดยถือหุ้นใน DUSIT สัดส่วนร้อยละ 49.74 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายชนินทธ์ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จำนวน 1,200,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 15.96 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด จากนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ส่งผลให้นายชนินทธ์มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 41.36 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด
ภายหลังการทำธุรกรรมดังกล่าว สัดส่วนการถือหุ้นของนายชนินทธ์ในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด เกินกว่าร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด ส่งผลให้บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 258 ของนายชนินทธ์ โดยนายชนินทธ์ได้รายงานการได้มาซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
บริษัทขอเรียนให้ทราบเพิ่มเติมว่า การทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด เท่านั้น โดยนายชนินทธ์ไม่ได้เข้าซื้อหรือได้มาซึ่งหุ้นของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ทางตรงแต่อย่างใด ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ใน DUSIT ยังคงเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ ก่อนการทำธุรกรรม บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ยังคงถือหุ้นใน DUSIT จำนวน 422,821,310 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 49.7436 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ขณะที่นายชนินทธ์ โทณวณิก ถือหุ้นใน DUSIT จำนวน 526,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 0.0618 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นรวมของทั้งสองฝ่ายอยู่ที่จำนวน 423,347,310 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 49.8055 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงทั้งก่อนและหลังการทำธุรกรรมดังกล่าว
การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน และการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด

